Somboon’s basic translation

Just another WordPress.com weblog

Welcome!

To Somboon’s students

Semester 2011

Welcome! everyone who becomes a translator. There are 3 groups of my students who study this course in 2011. Please click the “Semester 2011” to see your homepage and post your works or comments.

Welcome to semester 2/2010

 

There are 3 groups of students registering “Basic Translation” in semester 2/2010. Please read the course syllabus to get main guide to learn it happily.

To see and submit your work, Click the page “Semester 2010”.

 

 

2009  Midterm Score

You can check your Midterm Score on the page “Grading” now.  

New work: Aesop’s Fables

Translate Aesop’s fables this week for อส.2-2 and next week for อส. 2-1.

https://basictranslation.wordpress.com/aesops-fables/

 

Music Translation

Please submit your Thai music translation.

Tasks: translation English to Thai and Thai to English

I have posted your tasks: translation English to Thai and Thai to English on the page “Semester 2009”. Please check them and be sure that you have got both your tasks. You are allowed to submit your complete work untill the last week of the semester (before final exam).

Homework 1

Since Aj Somboon is going to Hong-Kong during 19 – 22 November 2009, all of you have to translate the article on the page “Semester 2009”, click at “Homework 1” in the part of your name list and submit your translation by clicking “Submit Comment” under the page “Homework 1”.

Please click “Semester 2009”

November 17, 2009 Posted by | Uncategorized | 1 Comment

อนุธิดา พันธ์สอาด

40. Fear is the key.

One day King Akbar said to Birbal, “Birbal, my people are very obedient to me. They love me very much. “Birbal smiled and replied, This is true, but they fear you too. Akbar could not agree on this, so it was decided that Birbal’s statement should be tasted. Next day, according to Birbal’s instructions, the King announced that he would be going for hunting, and people should pour a pot of milk in a tub kept in the courtyard. Next day when Akbar returned from hunting, he found that there was no milk in the tub, instead there was only water. Akbar got very disappointed, but couldn’t do anything. Then Birbal said, “This time you will announce that you will come back and see the tub yourself. “King did as Birble said. Once again the tub was kept in the courtyard. This time when King returned from the hunting, he found the tub overflowing with milk. Birble said, “I told you. It is your fear which made people obey you. The first time there was no one to check the tub, so people poured the water, but the second time, they knew that you would check yourself, that is why they brought the milk”

40. ความกลัวเป็นกุญแจ

วันหนึ่งพระราชาอัคบาร์ได้พูดกับเบอเบิ้ลว่า “เบอเบิ้ล ประชาชนของฉันเชื่อฟังและเคารพฉันมาก พวกเขารักฉันอย่างมากมาย” เบอเบิ้ลยิ้มและตอบ “นี่เป็นความจริง แต่ที่จริงแล้วพวกเขากลัวคุณต่างหาก” อัคบาร์ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเบอเบิ้ล ดังนั้นมันจึงถูกตักสินใจแทนเบอเบิ้ล การแจ้งนั้นจะประสบแก่เขา วันต่อมา การเห็นพ้องต่อการสั่งสอนของเบอเบิ้ล พระราชาแจ้งว่าเขากำลังจะออกไปสำหรับการล่า และประชาชนควรเทหม้อที่มีนมในถังเก็บไว้ในลานบ้าน เมื่อไรที่อัคบาร์กลับมาจากการล่า เขาพบว่าไม่มีนมในถัง แต่กลับกลายเป็นว่ามีน้ำในถึงแทน อัคบาร์ผิดหวังมากแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้น เบอเบิ้ลพูด “คราวนี้คุณควรแจ้งเรื่องที่คุณจะกลับมาและพบตัวคุณเองในถัง พระราชาทำอย่างที่เบอเบิ้ลพูด ถังที่ถูกเก็บในลานบ้านอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาเมื่อพระราชากลับมาจากการล่า เขาพบนมที่อยู่ในถังกำลังไหลออกมา เบอเบิ้ลพูดว่า ผมบอกคุณแล้วว่ามันเป็นความกลัวของคุณ ซึ่งประชาชนเหล่านั้นเป็นคนทำขึ้นมา ครั้งแรกไม่มีใครตรวจสอบในถัง ดังนั้นผู้คนเหล่านั้นจึงเทน้ำในถังออก แต่เวลาต่อมาพวกเขารู้ว่าคุณจะต้องตรวจสอบตัวเอง พวกเขาจึงเทนมกลับไปที่เดิม

นางสาว อนุธิดา พันธ์สอาด เลขที่ 40

อส. ปี2 ห้อง 3

Submitted:   Saturday, February 28, 2009 6:05 AM

March 10, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a comment

ไอยรา ไกยเดช

 Birbal help a Pannit

         One a Braahman named Sevaaraam come to Birbal for his help. He told him that his father was a very good Pandit and all people use to call him Pandit Jee .Since he cannot do all those thing nobody call him Pandit Jee.Although he was very much contented with his work life, income but he had this wish that all people shoud call him Pandit Jee. Birbal said it was not difficalt at all ,But he had to follow his advice word by word Pandit agree.
       Birbal said whenever somebody call you Pandit Jee, You shoud be very angry and shout at him loudly .that is all. Pandit Jee agreed.next day Birbal went to the locality   where that Pandit usedto live there he talk to the children .He came ,me to know that children didn’t like him.becase he shoud sold them.so he told them if you call that man Pandit Jee,Pandit Jee he will get irritated, and you could take your revenge children were very happy.
     From next day the children start calling him ‘Pandit Jee’  Pandit Jee  and the Braahman start to shat at them After some time Sevaaraam got tired of shouting but the children and other people hept calling him Pandit Jee .So the game was over and the name ‘Pandit Jee ‘ stuck to Sevaanram.
                                                         Birbal ช่วยเหลือ Pandit Jee
หนึ่งในชื่อของรามัน สีวราม ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่ยวเหลือของ Birbal เขาบอก ไบร์เบิลว่า พ่อของเขาคือ Pandit Jee ซึ่งเป็นคนดี และ ทุกคนเคยเรียกแต่ชื่อนี้ ตั้งแต่เขาไม่สามารถทำทุกอย่างให้กับทุกคนได้ จากนั้นไม่มีใครเรียกเขาว่าPandit Jee อีก ถึงแม้ว่าเขาจะพอใจในงานและรายไดของเขาก็ตาม
แต่เขาก็ยังปรารถนาที่จะให้ทุกคนเรียกเขา Pandit Jee เหมือนเดิม ไบร์เบิลกล่าวว่ามันไมาใช่เรื่องยากเลย เพียงแต่เขาต้องทำตามคำแนะนำของ ไบร์เบิล ทีละคำเท่านั้น
 ไบร์บอกว่าเมื่อไร่ก็ตามที่ใครเรียกเจ้าว่า Pandit Jee เจ้าจะต้องทำเป็นโกรธและตะโกนใส่พวกเขาดังๆPandit Jee ตกลง วันต่อมา ไบร์เบิล ได้ไปสถานที่หนึ่งที่ Pandit Jee เคยอาศัยอยู่ แล้วเขาก็ได้พูดกับเด็กๆ แล้วเขาก็ได้รู้ว่าเด็กๆไม่ชอบPandit Jee เพราะ Pandit Jee เคยขายพวก ดังนั้น ไบร์เบิลบอกเด็กๆว่า ถ้าพวกเจ้าเรียกผู้ชายคนนั้นว่า Pandit Jee เขาก็จะเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว แล้วเจ้าก็จะได้แก้เผ็ดเขา เด็กๆ ต่างมีความสุข
วันต่อมาเด็กๆก็เรียกเขาว่า Pandit Jee อีกครั้ง แล้ว Braahman ก็ได้ตะโกนใส่พวกเขา หลังจากนั้ เขาก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยแต่เด็กๆ และคนอื่นๆ ก็เรียกเขาว่า Pandit Jee  Pandit Jee  ดังเดิม
 

อังกฤษสื่อสาร ปี 2 ห้อง 3

Submitted:  Monday, February 23, 2009 10:40 AM

February 24, 2009 Posted by | Uncategorized | 1 Comment

อังสุคนธ์ พิมพันธ์

37.Birbal’s Khichri

               

                On a cold winter day. Akbar and Birbal took a walk along the lake. A thought came to Birbal that a man would do anything for money. He expressed his feelings to Akbar. Akbar then put his finger into the lake and immediately removed it because he shivered with cold.

                ในวันที่อากาศหนาวเย็นวันหนึ่ง  กษัตริย์อาคบาร์และเบียร์บัลเดินเล่นด้วยกันที่บึงแห่งหนึ่ง  ในระหว่างนั้น เบียร์บัลได้ระบายความรู้สึกของเขาให้แก่กษัตริย์อาคบาร์ฟังว่าจะมีคนที่สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อเงินหรือไม่   ในตอนนั้น กษัตริย์อาคบาร์จึงทรงวางนิ้วของพระองค์ลงไปในบึง ด้วยความเย็นจัดของน้ำที่อยู่ในบึงทำให้พระองค์ถึงกับตัวสั่นและดึงพระหัตถ์ออกในทันทีทันใด

 

Akbar said “I don’t think a man would spend an entire night in the cold water of this lake for money.”

กษัตริย์อาคบาร์ทรงรับสั่งว่า “ข้าคิดว่าคงไม่มีคนที่จะสามารถอยู่ในน้ำที่หนาวเย็นของบึงแห่งนี้ได้ตลอดทั้งคืนหรอก

 

Birbal replied “I am sure I can find such a person.”

เบียร์บัลจึงทูลตอบว่า “แต่กระหม่อมมั่นใจ ว่าสามารถหาคนที่ทำอย่างเช่นนั้นได้แน่นอน พะยะค

 

Akbar then challenged Birbal into finding such a person and said that he would reward the person with a thousand gold coins.

กษัตริย์อาคบาร์ทรงท้าให้เบียร์บัลไปหาคนที่ทำเช่นนั้นได้มา และพระองค์ยังรับสั่งอีกว่า จะทรงมอบของรางวัลเป็นเงินรางวัล หนึ่งพันเหรียญให้แก่คนคนนั้น

 

Birbal searched far and wide until he found a poor man who was desperate enough to accept the challenge. The poor man entered the lake and Akbar had guards posted near him to make sure that he really did as promised.

เบียร์บัลจึงออกไปค้นหาในหลายๆแห่งทั้งที่อยู่ใกล้และไกล  จนกระทั่งเขาได้พบกับชายยากจนคนหนึ่ง ผู้ที่สิ้นหวังในชีวิต ซึ่งชายยากจนก็ได้ตกลงยอมรับคำท้านั้น  ชายผู้ยากจนได้ลงไปอยู่ในบึงโดยกษัตริย์อาคบาร์ทรงสั่งให้ทหารเฝ้ายามอยู่ใกล้ๆชายผู้ยากจน เพื่อดูว่าเขาได้ทำตามสัญญาจริงๆ

 

 

The next morning the guard took the poor man to Akbar. Akbar asked the poor man if he had indeed spent the night in the lake. The poor man replied that he had. Akbar then asked the poor man how he managed to spent the night in the lake. The poor man replied that there was a street lamp near by and he kept his attention affixed on the lamp and away from the cold. Akbar then said that there would be no reward as the poor man had survived the night in the lake by the warmth of the street lamp. The poor man went to Birbal for help.

ในตอนเช้าของวันต่อมา ทหารได้นำตัวชายผู้ยากจนไปเข้าเฝ้ากษัตริย์อาคบาร์  กษัตริย์อาคบาร์ทรงตรัสถามชายผู้ยากจนว่า เขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนอยู่ในบึงจริงๆรึ  ชายผู้ยากจนจึงทูลตอบว่า เขาได้อยู่ในบึงตลอดทั้งคืน  กษัตริย์อาคบาร์จึงตรัสถามต่อว่า ชายผู้ยากจนมีวิธีการจัดการอย่างไรให้สามารถอยู่ในบึงได้ตลอดทั้งคืน ชายผู้ยากจนก็ทูลว่า ใกล้กับบริเวณที่เขาอยู่นั้นมีเสาไฟฟ้าอยู่ต้นหนึ่ง เขาก็สกัดกั้นความหนาวเย็นด้วยการที่ให้ความสนใจทั้งหมดของเขาติดอยู่กับโคมไฟ เมื่อกษัตริย์อาคบาร์ทรงได้ฟังดังนั้นก็รับสั่งว่า การที่ชายผู้ยากจนนั้นรอดชีวิตจากการที่ต้องอยู่ในบึงตลอดทั้งคืนนั้นเขาได้อาศัยความอบอุ่นจากเสาไฟฟ้า ซึ่งนั้นไม่ใช่พระประสงค์ของพระองค์ จึงทำให้ชายยากจนไม่ได้รับรางวัล  ชายผู้ยากจนจึงไปหาเบียร์บัลเพื่อให้เขาช่วย

 

The next day, Birbal did not go to the court. The king wondering where he was sent a messenger to his home.The messenger came back saying that Birbal would come once his Khichri was cooked. The king waited hours but Birbal did not come. Finally the king decided to go to Birbal’s house and see what he was upto.

วันต่อมา,เบียร์บัลไม่ได้ไปเข้าเฝ้า  กษัตริย์อาคบาร์ทรงเกิดความสงสัยจึงมีรับสั่งให้ทหารนำราชสาส์นไปส่งให้เบียร์บัลที่บ้านของเขา  เมื่อทหารกลับมา จึงทูลกษัตริย์อาคบาร์ว่าเบียร์บัลทำคิครีอยู่ อีกสีกพักเบียร์บัลน่าจะมาเข้าเฝ้า  กษัตริย์อาคบาร์ทรงรออยู่หนึ่งชั่วโมง แต่เบียร์บัลก็ยังไม่มาเข้าเฝ้า  ในที่สุด, พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยเสด็จไปหาเบียร์บัลที่บ้านเพื่อดูสิ่งที่เบียร์บัลกำลังทำอยู่

 

He found Birbal sitting on the floor near some burning twings and a bowl filled with Khichri hanging five feet above the fire. The king and his attendant couldn’t help but laugh.

พระองค์ทรงเจอเบียร์บัลกำลังนั่งอยู่ที่พื้นใกล้กับท่อนไม้ที่กำลังลุกไหม้  และหม้อที่เต็มไปด้วยคิครีแขวนอยู่ห่างจากไฟประมาณห้าฟุต  เมื่อกษัตริย์อาคบาร์และข้าราชบริพารเห็นดังนั้น ก็มิได้ช่วยเหลืออะไรแต่กลับหัวเราะเยาะเบียร์บัล

 

Akbar then said to Birblr “How can the Khirchri be cooked if it so far away from the fire?”

กษัตริย์อาคบาร์จึงตรัสถามเบียร์บัลว่า “คิครีจะสุกได้อย่างไรในเมื่อมันมันอยู่ห่างจากไฟมากขนาดนี้?

 

Birbal answered “the same way the poor man received heat from a street lamp that was more than a furlong away.”

เบียร์บัลจึงทูลตอบว่า “มันก็เป็นวิธีเดียวกันกับการที่ชายผู้ยากจนคนนั้นได้รับความร้อนจากเสาไฟฟ้าทั้งที่มันอยู่ไกลออกไปมาก

 

The King understood his mistake and gave the poor man his reward.

กษัตริย์อาคบาร์เข้าใจในข้อผิดพลาดของพระองค์  จึงทรงประทานรางวัลใก้แก่ชายผู้ยากจน

นางสาวอังสุคนธ์  พิมพันธ์  เลขที่ 37

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล  ปีที่2-3

 

Submitted:  28 พฤศจิกายน 2008 21:25

 

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a comment

ศิริพรรณ เอกชัย

Noble  Beggar

 

               Emperor Akbar asked  Birbal if  it was possible for a man to be the ‘lowest’ and the ‘noblest’ at the same time. “It is possible,” said Birbal. 

“Then bring me such a person,” said the  emperor.  Birble went out and returned with a beggar. “He is the lowest among your subjects,”  he  said,presenting him to Akbar.  “That might be true,”

Said Akbar.  “But I don’t see how he can be the noblest,”. “He has been given the honour of an audience with the emperor,” said Birbal. “That makes him the noblest among beggars,”.

 

 

คนรวยกับคนจน

 

               จักรพรรดิอัคบรา  ได้ทรงถามเบอร์บัลว่ามันเป็นไปได้มั้ยที่บุคคลที่มีฐานะต่ำที่สุดกับบุคคลที่มีฐานะสูงที่สุดจะเหมือนกันได้ เป็นไปได้พระเจ้าค่ะ เบอร์บัลกล่าว  ถ้าเช่นนั้นก็นำบุคคลนั้นมาหาฉัน”  จักรพรรดิกล่าว  เบอร์บัลได้ออกไปและกลับเข้ามาพร้อบกับขอทาน 

เขาเป็นคนที่มีฐานะต่ำที่สุดที่อยู่ท่ามกลางภายใต้อำนาจของพระองค์ เขากล่าวพร้อมกับแนะนำเขาผู้นั้นกับอัคบรา  มันก็อาจจะจริง”  อัคบรากล่าว  แต่ฉันไม่เห็นว่าเขาจะสามารถเป็นคนที่มีฐานะสูงที่สุดได้อย่างไร”   “เขาเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงของผู้ชมในจักรพรรดิ”  เบอร์บัลกล่าว   นั้นก็ทำให้เขาเป็นคนที่มีฐานะสูงที่สุดท่ามกลางขอทาน.

                                                                                                          นางสาวศิริพรรณ   เอกชัย

                                                                                                         ปอส.2-3   เลขที่  19

 

Submitted:  29 พฤศจิกายน 2008 17:34

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a comment

Wilaiporn Leangsiriwattana

17. เบอร์เบิ้ลชี้ระบุแขกผู้หนึ่งได้

                เบอร์เบิ้ลถูกรับเชิญให้ไปทานอาหารกลางวันโดยคำเชิญจากเศรษฐีคนหนึ่ง  เบอร์เบิ้ลได้ไปยังบ้านของชายผู้นั้นและพบเขาอยู่ในห้องที่มีขนาดใหญ่ตรงหน้าบ้านซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย  ผู้ที่มาอยู่ ณ ที่ตรงนั้นต่างทักทายเขาอย่างเป็นมิตร

                กระผมมิทราบมาก่อนว่าท่านจะมีแขกมามากมายขนาดนี้ เบอร์เบิ้ลผู้ซึ่งไม่ชอบการอยู่รวมตัวของผู้คนมากมายขนาดนี้ได้กล่าวถามชายผู้นั้น

                พวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่แขกของผม”  ท่านเศรษฐีกล่าว  พวกเขาเป็นลูกจ้างของผมทั้งหมด  ยกเว้นชายผู้หนึ่ง  เขาเป็นแขกเพียงคนเดียวอีกคนนึงนอกเหนือไปจากท่าน

ท่านเศรษฐีตอบไปด้วยใบหน้าท่าทางที่เหมือนกำลังคิดอะไรบางสิ่งบางอย่าง แล้วถามว่า

                ท่านช่วยบอกให้ผมหน่อยได้ไหมว่า  ชายผู้ไหนเป็นแขกของผมอีกคนจากทั้งหมด

                กระผมจะลองดู”  เบอร์เบิ้ลกล่าว  “ งั้นท่านช่วยพูดคุยกับพวกเขาทั้งหลายให้หน่อย ท่านจะเล่าเรื่องที่น่าขบขันหรืออะไรก็ได้  แล้วกระผมจะสังเกตดูแล้วจะตอบท่าน

ท่านเศรษฐีนั้นจึงได้เล่าเรื่องขบขันเรื่องหนึ่ง ซึ่งเบอร์เบิ้ลก็ได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว  เมื่อท่านเศรษฐีเล่าจบทุกๆคนต่างหัวเราะอย่างเสียงดัง

                ท่านเศรษฐีกล่าวว่า  ดี ผมได้บอกเล่าเรื่องอันน่าขบขันไปแล้ว  คราวนี้ท่านบอกผมได้หรือยังว่าใครเป็นแขกอีกคนของผม

เบอร์เบิ้ลจึงชี้ไปยังชายผู้หนึ่งที่ถัดไป

                ท่านรู้ได้อย่างไร”  ชายผู้ซึ่งเป็นแขกอีกคนกล่าวถามอย่างปะหลาดใจ

                “ ลูกจ้างทุกคนนั้นล้วนตั้งใจที่จะหัวเราะกับเรื่องขบขันนี้ที่ถูกบอกเล่าจากเจ้านายของพวกเขา”    เบอร์เบิ้ลอธิบาย  “ และขณะนั้นกระผมเห็นชายผู้นี้เพียงท่านเดียวเท่านั้นที่ไม่หัวเราะต่อเรื่องขบขันของท่านเศรษฐี  และในความจริงแล้วดูชายผู้นี้ออกจะมีความรู้สึกเบื่อหน่ายที่ได้ฟัง เท่านี้กระผมจึงรู้ได้แล้วว่าชายผู้นี้คือแขกของท่านอีกคนนึง” 

Wilaiporn  Leangsiriwattana

 No. 17

English  For  International  communication 2-3

Submitted:  29 พฤศจิกายน 2008 19:29

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a comment

พิมพ์พร เลิศอำไพ

14.แค่คำถามเดียวเท่านั้น

                วันหนึ่งนักปราชญ์ได้เดินทางเข้ามาในราชสำนักของกษัตริย์อักบาร์เพื่อมาท้าประลองเบียร์เบิลให้ตอบคำถามเขาและเพื่อพิสูจน์ว่าเบียร์เบิลนั้นเป็นคนฉลาดสมคำล่ำลืออย่างที่เขาได้พูดกันเอาไว้  เขาได้ถามเบียร์เบิลว่า เจ้าชอบที่จะตอบคำถามง่ายๆหนึ่งร้อยข้อหรือว่าคำถามที่ยากเพียงแค่คำถามเดียว  ทั้งกษัตริย์อักบาร์และเบียร์เบิลเคยมีประสบการณ์วันที่ยุ่งยากกว่านี้มาแล้วและไม่ยากเลยที่จะหลุดจากปัญหานี้ไปได้

                ขอคำถามที่ยากๆก็แล้วกัน  เบียร์เบิลบอก ตกลง ตอบข้ามาว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน”? เบียร์เบิลตอบว่า ไก่    นักปราชญ์ถามว่าเจ้ารู้ได้อย่างไรกัน น้ำเสียงที่เขาถามนั้นแสดงให้เห็นว่าตัวเขาเป็นผู้ชนะ

                เบียร์เบิลได้พูดว่า  เราได้ตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าท่านจะถามคำถามข้าเพียงแค่คำถามเดียวและตอนนี้ท่านก็ได้ถามข้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ทันใดนั้นเขาและกษัตริย์อักบาร์ก็ได้เดินจากไป  นักปราชญ์ทำได้เพียงแค่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

Miss Pimporn Leartampai

English for International Communication

Class: 2-2 Group4 No.14

Submitted:  30 พฤศจิกายน 2008 11:27

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a comment

บุญเสริม รังสิริภาณุวัฒน์

Birbal’s Painting

ภาพวาดของเบอเบิล

                ครั้งหนึ่ง อัคบา บอกกับ เบอเบิลว่า “เบอเบิล วาดภาพให้ฉันหน่อย”ใส่จินตนาการลงไปให้มันมีการตอบสนองของ บัด ฮูซอ ฉันเป็นผู้นำ. แล้วผมจะวาดมันได้อย่างไร เบอเบิลพูด. พระราชาโกรธมากและพูดว่า “ถ้าฉันไม่ได้ภาพที่ดีภายในหนึ่งอาทิตย์ เจ้าจะต้องโดนแขวนคอ” เบอเบิลผู้แสนฉลาดก็คิดขึ้นได้ และหลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์เขาก็ไปที่คฤหาสน์และส่งภาพที่คลุมที่เขาวาดไป. อัคบามีความสุขที่เบอเบิลเชื่อฟังเขา จนกระทั่งผ้าคลุมถูกเปิดออกมหาดเล็กก็รีบดูสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้พวกเขามีความสุขและสุดท้ายเขาก็ไม่ต้องการเห็นเบอเบิลที่คฤหาสน์.ภาพวาดไม่มีอะไรเลยนอกจากพื้นดินและท้องฟ่และมีพื้นที่สีเขียวนิดเดียวอยู่บนผืนดิน.พระราชาโกรธและบอกเบอเบิลว่า “นี่อะไรเนี่ย” และเบอเบิลก็ตอบว่า วัวกำลังกินหญ้าที่ ฮูซอ อยู่และอัคบาก็พูดว่า วัวกับหญ้าอยู่ที่ไหน เบอเบิลบอกว่า ผมใช้จินตนาการ “วัวกินหญ้าและกลับไปฉายแสงของมัน”

 

Boonserm               Rangsiripanuwat

                                                                                                   2-3    English Major    NO. 5

Submitted:  2 ธันวาคม 2008 20:17

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a comment

ภัทร เจตศรีบำรุง

9. The True King

พระราชาของอิหร่านได้ยินชื่อเสียงของ Birbal ซึ่งเป็นชายที่มาจากทางทิศตะวันออกและปรารถนาที่จะได้พบเขา และเชิญไปเยี่ยมชมในเมืองของพระราชา มีกำหนดการให้ Birbal มาถึงอิหร่าน เมื่อ Birbal เข้าไปในวังเขารู้สึกตกตะลึงที่ไม่ได้เห็นพระราชาเพียงพระเดียวแต่กลับเห็นพระราชาถึง 6 พระองค์ ที่นั่งอยู่ตรงหน้าตนและมีลักษณ์และการแต่งตัวที่เหมือนกัน จนแยกไม่ออก แล้วคนไหนล่ะคือพระราชา?

                ในช่วงขณะต่อมาเขาได้รับคำตอบ. ที่มั่นใจ, เมื่อเขาใกล้จะถึงพระราชาเค้าก็ก้มศรีษะให้ พระราชาถามคำถาม Birbal ว่าแต่ท่านจะชี้ตัวข้าอย่างไร. Birbal ยิ้มและอธิบายว่า พระราชาที่ตนเหนเป็นตัวปลอมหมดเลย . ในขณะที่มองไปข้างหน้าด้วยตัวเอง ในระดับสายตาที่เท่ากันของพระราชาจนพบว่าคือตัวจิง เขารู้สึกดีใจมากและเข้าสวมกอด และให้ของขวัญแก่พระราชา

นาย ภัทร เจตศรีบำรุง

อังกฤษสื่อสารสากล 2-3

 

Submitted:  5 ธันวาคม 2008 0:41

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a comment

สิตา คงจำปี

23.เบียร์บัลปฏิเสธข่าวลือ

 
วันหนึ่ง มีชายมาหยุดที่เบียร์บัลตรงถนน และเริ่มเล่าความโศกเศร้าเสียใจของเขาให้เบียร์บัลฟัง

ฉันเดินมา 20 ไมล์ เพื่อมาพบคุณ” เขาพูดกับเบียร์บัลและตลอดทาง ผู้คนต่างบอกว่าคุณเป็นชายที่มีน้ำใจที่สุดในเมืองนี้”

เบียร์บัลรู้ว่าชายคนนี้ต้องการที่จะขอเงินเขาคุณจะกลับไปทางเดิมของคุณรึไม่” เขาถาม “ใช่” ชายคนนั้นตอบคุณช่วยทำอะไรให้ผมหน่อยได้ไหม” “แน่นอน” ชายคนนั้นตอบ “คุณจะให้ผมทำอะไรล่ะ”ช่วยปฏิเสธข่าวลือที่บอกว่าผมเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่หน่อยนะ” เบียร์บัลพูดแล้วเดินจากไป

 
น.ส. สิตา  คงจำปี
ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล 2-3

Submitted:  5 ธันวาคม 2008 12:43

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a comment