Somboon’s basic translation

Just another WordPress.com weblog

Semester 2011 » 13. เกศรินทร์

13. เกศรินทร์

Welcome to my page. Please read and post me your comments.

15 Comments »

  1. HIRE MONEY

    A young man finished his job and got back home late. He was so tired and he saw his son who was five years old was waiting him in front of the door.

    Son : “Daddy , I have one question to ask you. ”

    Dad : “Tell me , what ? ”

    Son : ” How much money can you earn for an hour ? ”

    Dad : “It’s not your business , why you ask me that ? ” He answered with angry.

    Son : “I really want to know that. Can you tell me , please . How much money can you earn per hour ?” He begged.

    Dad : “If it necessitates to know , I can earn 20 $ for one hour “.

    Son : “Oh .. ” he interjected and crestfallened .He talk with his father again . ” Daddy , I want to borrow your money about 10 $ ”

    The father spoke with temper.

    ” This is your reason why you ask me , for getting my money to buy the worthless toys. Quick go to bed and think about you are very selfish. I work hard everyday and I don’t have time for non-sense case . ”

    The little son was silent and walked to the bedroom , then he closed the door. The young man sat down and he was still angry about his son’s question why he was fearless to ask that question for getting the money. But after that almost hour. the mood of the young man began to calm and he started to think about the previous event with his little son. Maybe , he really necessitated to spend 10 $ and his son seldom asked him for money . So,the young man walked , to his son bedroom and opened the door.

    Daddy : ” You are sleeping , aren’t you ? ”

    Son : ” No, I’m not”

    Daddy : ” I try to think about it , maybe I talk to you violently” . “for a long time , I don’t familiarize with you , here you are , 10$ that you ask me .”

    The little son get up to sit.

    ” Thank you , dad ” then he picked his money under the pillow and brought some money out to count slowly. So , the young man saw it . He was angry again.

    ” You have already your money . Why do you ask me about money ? ”

    Son : ” Because , I don’t have enough money but now , I have money enough ”

    ” Daddy , now , I have money 20$ . I need to buy your time for one hour. ”

    ” Tomorrow , you don’t get back home late . I need to have dinner with you. “

    Comment by Gatesarin Sae lao | December 15, 2011 | Reply

  2. 2.หล่อนเป็นหนึ่งในความงามและทรงเสน่ห์อันน่าหลงใหลในบรรดาผุ้หญิง แม้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเธอให้เธอได้เกิดมาในตระกูลช่างทอไม้ หล่อนไม่มีส่วนในการได้รับมรดก ไม่มีส่วนในการได้รับความเห็นใจ ไม่มีส่วนในการได้รับความรัก และท้ายที่สุดเอได้ได้แต่งงานกับเสมียนในกระทรางศึกษาธิการซึ๋งเป็นตำแหน่งเล็กๆ เธอมีรสนิยมที่เรียบง่ายเพราะว่าเธอไม่เคยใช้จ่ายอะไรอื่นๆเลย สำหรับผู้หญิงที่ไม่มีชั้นวรรณะ ไม่มีการศึกษา ความสวย ความสง่างาม และการบริการที่น่าหลงใหลในการให้กำเนิดลูก ,อาหารอันโอชะตามธรรมชาติของพวกเขา , สัญชาติญาณของพวกเขา ,ความเฉลียวฉลาดของพวกเขาได้ทำการจัดอันดับ และยกผู้หญิงจากสลัมให้เป็นผู้หญิงที่สูงส่ง

    เธอได้รับความเจ็บปวดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความรู้สึกที่เธอเกิดมาเพื่อความอ่อนโยนและความหรูหรา เธอได้รับความเจ็บปวดจากความไม่สมบูรณ์จากในบ้านของเธอ จากในกำแพง จากเก้าอี้อุ่นๆ และผ้าม่านที่น่าเกลียด สิ่งเหล่านี้ ซึ่งผู้หญิงอื่นๆในชนชั้นเดียนกันกับเธอไม่เคยได้รับรู้ ทรมานและถูกดูถูก สัญชาติญาณของเด็กสาวเบรตั้นผู้ที่มาทำงานในบ้านเล็กๆของเธอที่แสนเจ็บปวดใจที่คงามสิ้นหวังภายในใจ เธอจินตนาการถึงทางเดินที่เงียบ ผ้าที่หนัก แสงที่ส่องจากโคมไฟสีบรอนส์ กับผู้ชายที่สูงสองฟุตสองคนที่สวมกางเกงระดับหัวเข่ากำลังนอนหลับอยู่ที่อาร์มแชร์ซึ่งกำลังผิงไฟอุ่นๆอยู่หน้าเตา เธอคิดว่าห้องซาลูนใหญ่ประดับด้วยผ้าไหมโบราณ ช่วยทำให้เครื่องประดับที่ไม่มีค่าดูมีค่าขึ้นมาทันที ,ห้องน้ำหอมถูกสรา้งขึ้นเพื่อแค้สำหรับการปาร์ตี้เล็กๆของคนสนิทของชายผู้มีชื่อเสียงและผู้ที่ให้ความเคารพ

    เมื่อเธอนั่งลงรับประทานอาหารค่ำที่คลุมด้วยผ้าอายุสามวัน ตรงข้ามกับสามีเธอคนที่เอาผ้ามาปิดหม้อซุปอย่างละเมียดละไม “อะห้า! น้ำซุปสก็อต อะไรจะดีไปกว่านี้เล่า” เธอคิดว่ามื้ออาหารที่พิธีพิถัน , เงินแพรว , สิ่งทอที่ใช้ประดับผนังที่เก่าแก่และนกแปลกๆในผ่าเฟียรี่ , เธอคิดว่าอาหารจะมาเสริฟในจานใหญ่ยักษ์

    Content word
    Guy de Maupassant = (n.)เกย์ เดอ โมพาซาง
    Necklace = (n.) สร้อยคอ
    She = (Pro.) หล่อน,เขา(ผู้หญิง)
    Was =(V.tobe) เป็น,อยู่,คือ
    One = (n.) ที่หนึ่ง,คนหนึ่ง
    Those = (Pro.)เหล่านั้น
    Charming =(Adj.) มีเสน่ห์,ที่ดึงดูด
    Girls= (n.) หญิงสาว
    Born = (Adj.) เกิด
    pretty = (Adj.) สวย
    fate =(n.) โชคชะตา
    had =(Adj.) ได้
    blundered =(n.)ความผิดพลาด
    over =(Adj.)มากกว่า
    her = (Pro.) เธอ
    family= (n.) ครอบครัว
    artisans= (n.) ช่างฝีมือ
    marriage= (n.) การแต่งงาน
    portion= (n.) ส่วน
    Expectations= (n.) ความคาดหวัง
    means= (n.) หมายความ
    getting= (v.) ที่ได้รับ
    Known= (Adj.) ที่รู้จักกัน
    understood= (Adj.) เข้าใจ
    loved= (n.) รัก
    wedded= (Adj.) แต่งงาน
    man= (n.) มนุษย์
    wealth= (n.) ความมั่งคั่ง
    distinction= (n.) ความแตกต่าง
    let= (v.) ให้
    herself= (Pro.) ตัวเธอเอง
    little= (Adj.) น้อย
    clerk= (n.) เสมียน
    ministry= (n.) กระทรวง
    education= (n.) การศึกษา
    tastes= (n.) รสนิยม
    were=(V.tobe) เป็น,อยู่,คือ
    simple= (Adj.) ง่าย
    because=(Con.)เพราะ
    never= (Adv.) ไม่เคย
    been= (v.) ได้รับการ
    able= (Adj.) สามารถ
    afford= (v.) จ่าย
    Any= (Pro.) ใด ๆ
    other= (Pro.) อื่น ๆ
    unhappy= (Adj.) เศร้า
    beneath= (Adv.) ภายใต้
    women = (n.) ผู้หญิง
    have=(V.tohave)
    caste= (n.) ชั้นวรรณะ
    class= (n.) ชั้นเรียน
    their= (Pro.) ของพวกเขา
    beauty = (n.) ความงาม
    grace= (n.) พระคุณ
    serving = (Adj.) ที่ให้บริการ
    them = (Pro.) พวกเขา
    birth= (n.) กำเนิด
    natural = (Adj.) ธรรมชาติ
    delicacy= (n.) อาหารอันโอชะ
    instinctive= (Adj.) เกี่ยวกับสัญชาตญาณ
    elegance= (n.) ความงดงาม
    nimbleness= (n.) ความแคล่วคล่อง
    wit= (n.) ปัญญา
    are=(V.tobe) เป็น,อยู่,คือ
    only= (Adv.) เท่านั้น
    mark= (v.) ทำเครื่องหมาย
    rank= (n.) ตำแหน่ง
    put= (v.) ใส่
    slum= (n.) สลัม
    level= (Adj.) ระดับ
    with=(Prep.) ด้วย
    highest= (Adj.) สูงสุด
    lady= (n.) สุภาพสตรี
    land= (n.) ที่ดิน
    suffered= (Adj.) ได้รับความเดือดร้อน
    endlessly= (Adv.) ค้ำฟ้า
    feeling= (n.) ความรู้สึก
    every= (Adv.) ทุก
    luxury= (n.) ความหรูหรา
    poorness= (n.) ความน่าสงสาร
    house= (n.) บ้าน
    its= (Pro.) ของมัน
    means= (n.) หมายความ
    walls= (n.) ผนัง
    worn= (v.) สวมใส่
    chairs= (n.) เก้าอี้
    ugly= (Adj.) น่าเกลียด
    curtains= (n.) ผ้าม่าน
    all= (Adj.) ทั้งหมด
    these= (Pro.) เหล่านี้
    things= (n.) สิ่งที่
    which= (Pro.) ซึ่ง
    aware= (Adj.) ทราบ
    tormented= (n.) ทรมาน
    insulted= (Adj.) ที่ได้ดูถูก
    sight= (n.) สายตา
    Breton= (Adj.) เกี่ยวกับเบรตอน
    Came= (v.) มา
    Do=(V.) สนใจ
    Work=(V.) ทำงาน
    Aroused=(adj.) กระตุ้น
    Heart-broken =(v.)อกหัก
    Regrets=(v.)เสียใจ
    Hopeless=(adj.) สิ้นหวัง
    Dreams= (n.) ความฝัน
    Mind= (n.) ใจ
    Imagined= (v.) จินตนาการ
    Silent=(adj.) เงียบ
    Antechambers= (n.) ห้องมุข
    Heavy=(adj.) หนัก
    Oriental= (n.) ชาวตะวันออก
    Tapestries= (n.) สิ่งทอ
    lit= (n.) ไฟ
    torchesโ= (n.) คมไฟ
    lofty=(adj.) สูงส่ง
    bronze = (n.) บรอนซ์
    sockets= (n.) ซ็อกเก็ต
    two= (n.) สอง
    tall= (n.) สูง
    foot men= (n.) คนเดินเท้า
    knee-breeches = (n.) ขากางเกง
    sleeping = (v.) นอนหลับ
    large=(adj.) ขนาดใหญ่
    arm-chairs= (n.) แขนเก้าอี้
    overcome= (v.) เอาชนะ
    warmth= (n.) ความอบอุ่น
    stove=(n.)เตา
    imagined=(v.)จินตนาการ
    vast=(Adj.)กว้างใหญ่
    saloons=(n.)รถเก๋ง
    hung=(v.)แขวน
    antiqueช=(n.)โบราณ
    silks=(n.)เส้นไหม
    exquisite=(Adj.)ประณีต
    pieces=(n.)ชิ้น
    furniture=(n.)เฟอร์นิเจอร์
    supporting=(Adj.)ที่สนับสนุน
    priceless=(Adj.)คู่บ้านคู่เมือง
    ornaments=(n.)เครื่องประดับ
    small=(Adj.)ขนาดเล็ก
    perfumed=(Adj.)กลิ่นหอม
    rooms=(n.)ห้องพัก
    created=(v.)ถูกสร้างขึ้น
    parties=(n.)บุคคลหรือกิจการที่
    intimate=(Adj.)ใกล้ชิด
    friends=(n.)เพื่อน
    men=(n.)ผู้ชาย
    famous=(Adj.)มีชื่อเสียง
    sought=(v.)ขอ
    after=(Adj.)หลังจากที่
    homage=(n.)ความเคารพ
    roused=(n.)การปลุกให้ตื่น
    envious=(Adj.)อิจฉาตาร้อน
    longings=(n.)ความปรารถนา
    when=(Adv.)เมื่อ
    sat=(v.)นั่ง
    down=(Adv.)ลง
    dinner=(n.)อาหารค่ำ
    round=(Adj.)รอบ
    table=(n.)โต๊ะ
    covered=(Adj.)ที่ครอบคลุม
    three-days-old=(n.)3วันเก่า
    cloth=(n.)ผ้า
    opposite=(Adj.)ตรงข้าม
    husband=(n.)สามี
    took=(v.)เอา
    cover=(v.)ปก
    soup-tureen=(n.)น้ำซุปหม้ออบ
    exclaiming=(v.)อุทาน
    delightedly =(v.)มีความสุข
    Scotch=(n.)สก๊อต
    Broth=(n.)น้ำซุป
    What=(Adv.)อะไร
    Could=(v.)สามารถ
    Better=(Adj.)ดีกว่า
    Delicate=(Adj.)ละเอียดอ่อน
    Meals=(n.)มื้อของอาหาร
    Gleaming=(Adj.)แพรวพราว
    Silver=(n.)เงิน
    Peopling=(adj.)การเข้าไปอาศัย
    Folk=(n.)พื้นบ้าน
    Past=(Adj.)ที่ผ่านมา
    Age=(n.)อายุ
    Strange=(Adj.)แปลก
    Birds=(n.)นก
    Feary=(Adj.)ความหวาดกลัว
    Forests=(n.)ป่าไม้
    Food=(n.)อาหาร
    Marvelous=(Adj.)มหัศจรรย์

    Function word
    The
    Of
    And
    As
    Though
    Into
    A
    No
    By
    Be
    Off
    To
    In
    But
    For
    or
    on
    from
    would
    not
    even
    have
    who
    with
    just
    whose
    at
    Aha

    Comment by Gatesarin Sae Lao | December 25, 2011 | Reply

  3. I’m chose “Kate Crackernuts”

    Comment by Katesarin | January 1, 2012 | Reply

  4. เคทกับถั่ว

    กาลครั้งหนึ่ง มีพระราชาและพระราชินี พระราชามีบุตรสาว ชื่อว่า แอน และพระราชินีมีบุตรสาวชื่อว่า เคท แต่แอนสวยงามกว่าบุตรสาวของพระราชินี ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็รักกันแบบพี่น้องแท้ๆ พระราชินีรู้สึกอิจฉาบุตรสาวของพระราชาที่สวยงามกว่าบุตรสาวของตน และอยากทำให้เธอสูญเสียความงาม ดังนั้นพระราชินีจึงปรึกษาหารือกับผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่ซึ่งเขาบอกให้พระราชินีส่งเด็กสาวไปหาหล่อนในตอนเช้าที่จะมาถึง

    เช้าวันถัดไป พระราชินีจึงพูดกับแอนว่า “ไปสิ ลูกรัก ไปหาผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่ที่หุบเขาแคบๆ และไปถามหาไข่กับเธอ” แอนจึงเตรียมตัวออกเดินทาง และเมื่อเธอเดินผ่านห้องครัว เธอก็แอบทานอาหารในตู้เก็บอาหารและพกพาอาหารติดมือไปในระหว่างการเดินทางด้วย

    เมื่อเธอพบผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่ เธอจึงถามหาไข่ ผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่จึงบอกให้เธอทำตามว่า “ยกฝาที่ปิดหม้อออกมาและดู”เด็กสาวก็ทำตาม แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “กลับไปหาพระราชินีและบอกให้เธอดูแลล็อคตู้เก็บอาหารให้ดี” ผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่พูด เธอจึงกลับพระราชวังไปหาพระราชินีและบอกเธอว่าผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่พูดว่าอะไร พระราชินีรู้ว่าเด็กสาวได้แอบทานอะไรบางอย่างลงไป ดังนั้นเมื่อถึงตอนเช้าวันถัดไปและพระราชินีส่งเธอออกไปอย่างไม่รอช้า แต่เจ้าหญิงได้มองไปในเมืองต่างๆ และเธอหยิบเมล็ดถั่วตามข้างถนน เก็บไว้เต็มกำมือซึ่งเธอเก็บไว้กินระหว่างการเดินทาง

    เมื่อเธอเจอกับผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่ เขาพูดว่า “ยกฝาที่ปิดหม้อออกมาและดู” พอเด็กสาวยกฝาขึ้นก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม่ไก่จึงพูดกับแอนว่า “ไปบอกพระราชินีว่า หม้อจะไม่เดือดถ้าปราศจากไฟ” ดังนั้นแอนจึงกลับพระราชวังและไปบอกกับพระราชินี

    ในวันที่สาม พระราชินีไปหาผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่ด้วยกันกับเด็กสาว คราวนี้ เมื่อแอนยกฝาที่ปิดหม้อขึ้น ก็มีอะไรบางอย่างมาปกคลุมหัวอันสวยงามของเธอ และเปลี่ยนเป็นหัวแกะแทน ! พระราชินีแอบดีใจอยู่ลึก ๆ และเดินทางกลับพระราชวัง

    อย่างไรก็ตาม เคท ลูกสาวของเธอเอง นำเอาผ้าลินินอย่างดีพันรอบหัวของน้องสาวเธอ และพวกเขาทั้งคู่พากันออกไปแสวงหาโชคลาภ พวกเขาเดินไป เดินไป และเดินไป จนกระทั่งพวกเขามาถึงปราสาท เคทเคาะประตูและถามถึงที่พักสำหรับคืนนี้ของเธอและน้องสาวที่ป่วย พวกเขาเข้าไปข้างในปราสาทของพระราชาผู้ซึ่งมีบุตรชายสองคนและหนึ่งในนั้นกำลังเจ็บป่วยปางตายและไม่มีใครที่สามารถทำให้เขาพ้นขีดอันตรายได้ ดังนั้นพระราชาจึงเสนอเงินสำหรับใครสักคนที่จะช่วยเขากำจัดมัน ขณะนั้นเคทเป็นเด็กสาวผู้มีความกล้าหาญมาก ดังนั้นเธอจึงเสนอที่จะอยู่เฝ้าเขา

    จนกระทั่งเที่ยงคืนทั้งหมดก็ผ่านไปได้ด้วยดี เสียงตีระฆังบ่งบอกว่าเป็นเวลาสิบสองนาฬิกาดังขึ้น เจ้าชายตื่นขึ้น จัดการแต่งตัวของเขาและลงไปชั้นล่าง เคทเดินตามเขาไปแต่เขาไม่ได้สังเกตเธอเลย เจ้าชายไปที่คอกม้า ผูกอานม้าของเขา เรียกสุนัขของเขาให้กระโดดขึ้นไปอยู่บนอานม้าด้วยกัน และเคทก็กระโจนขึ้นขี่ม้าตามหลังเจ้าชายออกไปและเคทได้ผ่านกรีนวูด ในขณะที่พวกเขาเดินทางผ่าน เคทได้เด็ดถั่วออกมาจากต้นไม้แล้วเก็บไว้ที่ผ้ากันเปื้อนของเธอ พวกเขาควบม้าไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงเนินภูเขาสีเขียว เจ้าชายอยู่ที่นี่และดึงนกออกมาและพูด “ เนินเขาสีเขียวเอ๋ย จงเปิด เปิด และนำเจ้าชายหนุ่ม ม้าของเขากับสุนัขเข้าไปข้างใน” และเคทก็มาเพิ่ม “และสุภาพสตรีที่อยู่ข้างหลังของเขา”

    ทันทีทันใดนั้นเอง เนินภูเขาสีเขียวก็เปิดออกมาและพวกเขาก็ผ่านเข้าไปข้างใน เจ้าชายเข้าไปในห้องโถงที่สวยงาม มีไฟสว่างสดใสและเหล่านางฟ้าสวยๆมากมายอยู่รอบๆตัวเจ้าชาย และพาเขาออกไปเต้นรำ ในขณะนั้นไม่มีใครได้ทันสังเกตเคทเลย เธอซ่อนตัวเองอยู่ข้างหลังประตู เธอมองดูเจ้าชายกำลังเต้น เต้น และเต้น จนกระทั่งเขาหมดแรงที่จะเต้นและล้มลงไป แล้วเหล่านางฟ้าก็พัดกระตุ้นเขาจนตื่นขึ้นมาอีกครั้งและเต้นต่อไป

    เมื่อไก่ขันในยามรุ่งขึ้น เจ้าชายรีบขี่ม้ากลับทันที เคทรีบกระโดดขึ้นข้างหลังม้าและขี่กลับพระราชวังของพวกเขา เมื่อถึงตอนเช้าเป็นเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น พวกเขากลับมาถึงและพบว่าเคทนั่งลงอยู่กับไฟและอยู่กับถั่วของเธอ เคทกล่าวว่าเจ้าชายมีคืนที่ดี คืนที่สองผ่านมาเช่นเดียวกับคืนแรก เจ้าชายตื่นขึ้นกลางดึกตอนเที่ยงคืนและขี่ม้าไปยังเนินเขาสีเขียวและเคทก็ไปกับเขาด้วย เก็บรวมรวมถั่วในป่าที่พวกเขาขี่ผ่าน ครั้งนี้เธอไม่ได้มาดูเจ้าชาย เพราะเธอรู้ว่าเจ้าชายจะเต้น เต้นและเต้น แต่เธอเห็นนางฟ้าตัวน้อยๆกำลังเล่นกับคฑาและได้ยินเสียงจากนางฟ้าตนหนึ่งว่า “เคาะคฑาสามครั้งจะช่วยให้น้องสาวที่ป่วยของเธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม” ดังนั้นเคทจึงกลิ้งถั่วไปที่เจ้านางฟ้าตัวน้อย ๆ และเมื่อนางฟ้าตัวน้อยๆเห็นถั่วก็ปล่อยคฑาออกจากมือโดยทันที เคทจึงหยิบคฑาขึ้นมาและใส่ไว้ในผ้ากันเปื้อนของเธอ พอถึงรุ่งเช้า พวกเขาก็ขี่ม้ากลับพระราชวังเหมือนเคย และเมื่อเคทกลับมาถึงห้องของเธอที่พระราชวัง เธอรีบนำคฑาไปสัมผัสที่แอนสามครั้งและจากนั้นหัวแกะที่น่ารังเกียจก็หายไปในที่สุด เธอได้ความสวยงามของเธอกลับมาอีกครั้ง ในคืนที่สามเคทได้นับคำชมและเธอเท่านั้นที่จะได้แต่งงานกับเจ้าชายที่ป่วย เวลานี้เจ้านางฟ้าตัวน้อยๆกำลังเล่นอยู่กับนก เคทได้ยินเสียงจากนางฟ้าตนหนึ่งว่า “กัดที่นกสามครั้งจะทำให้เจ้าชายหายป่วยกลับไปแข็งแรงเหมือนแต่ก่อนได้” เคทกลิ้งถั่วทั้งหมดที่เทอมีไปที่นางฟ้า พอนางฟ้าเห็นถั่วก็ทิ้งนกลงและเคทก็เก็บนกมาใส่ไว้ในผ้ากันเปื้อนของเธอ

    พอถึงรุ่งเช้าเธอก็กลับพระราชวัง คราวนี้เธอถอนขนนกออกและนำนกไปปรุงสุก ขณะนี้ได้มีกลิ่นหอมอาหารเกิดขึ้น “โอ้” เจ้าชายที่ป่วยพูดขึ้นมา “ขอฉันทานนกหน่อยสิ” เคทจึงให้เขาได้ทานนก และจากนั้นเขาก็ใช้ข้อศอกพยุงตัวของเขาลุกขึ้นมา เมื่อเวลาผ่านไป เขาร้องออกมาอีกครั้งว่า “โอ้ หากฉันได้ทานส่วนอื่นของนก !” เคทจึงให้เขาได้ทานส่วนอื่นของนกและเขาก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียงของเขา หลังจากนั้นเขาพูดอีกครั้งว่า “โอ้ หากฉันได้กัดนกตัวนั้นสามครั้ง” เคทจึงให้เขาได้กัดสามครั้งและมันทำให้เขามีกำลังวังชามากขึ้นและแข็งแรงเขาแต่งเนื้อแต่งตัวของตัวเอง และนั่งลง และเช้าวันต่อมาทุกคนก็พบว่าเคทและเจ้าชายหนุ่มร่วมกันกะเทาะเปลือกถั่ว ขณะเดียวกันน้องชายของเขาก็ได้ตกหลุมรักแอนขึ้นมา เหมือนเช่นทุกๆคนที่ได้เห็นความงามบนใบหน้าของเธอ ดังเช่นกับบุตรชายที่ป่วยได้แต่งงานกับพี่สาวที่ดี และบุตรชายที่ดีได้แต่งงานกับน้องสาวที่ป่วย และพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขและตายอย่างมีความสุข

    Comment by Katesarin Sae Lao | January 21, 2012 | Reply

  5. แก้ไข

    Kate Crackernuts

    ONCE upon a time there was a king and a queen, as in many lands have been. The king had a daughter, Anne, and the queen had one named Kate, but Anne was far bonnier than the queen’s daughter, though they loved one another like real sisters. The queen was jealous of the king’s daughter being bonnier than her own, and cast about to spoil her beauty. So she took counsel of the hen. wife, who told her to send the lassie to her next morning fasting.

    So next morning early, the queen said to Anne, “Go, my dear, to the henwife in the glen, and ask her for some eggs.” So Anne set out, but as she passed through the kitchen she yaw a crust, and she took and munched it as she went along.

    When she came to the henwife’s, she asked for eggs, as, she had been told to do; the henwife said to her, “Lift the lid off that pot there and see.” The lassie did so, but nothing happened. “Go home to your minnie and tell her to keep her larder door better locked,” said the henwife. So she went home to the queen and told her what the henwife had said. The queen knew from this that the lassie had had some. thing to eat, so watched the next morning and sent her away fasting; but the princess saw some country. folk picking peas by the roadside, and being very kind she spoke to them and took a handful of the peas, which she ate by the way.

    When she came to the henwife’s, the henwife said, “Lift the lid off the pot and you’ll see.” So Anne lifted the lid but nothing happened. Then the henwife was rare angry and said to Anne, “Tell your minnie the pot won’t boil if the fire ‘s away.” So Anne went home and told the queen.

    The third day the queen goes along with the girl herself to the henwife. Now, this time, when Anne lifted the lid off the pot, off falls her own pretty head, and on jumps a sheep’s head.

    So the queen was now quite satisfied, and went back home.

    Her own daughter, Kate, however, took a fine linen cloth and wrapped it round her sister’s head and took her by the hand and they both went out to seek their fortune. They went on, and they went on, and they went on, till they came to a castle. Kate knocked at the door and asked for a night’s lodging for herself and a sick sister. They went in and found it was a king’s castle, who had two sons, and one of them was sickening away to death and no one could find out what ailed him. And the curious thing was that whoever watched hire at night was never seen any more. So the king had offered a peck of silver to any one who would stop up with him. Now Katie was a very brave girl, so she offered to sit up with him.

    Till midnight all went well. As twelve o’clock rang, however, the sick prince rose, dressed himself, and slipped downstairs. Kate followed, but he didn’t seem to notice her. The prince went to the stable, saddled his horse, called his hound, jumped into the saddle, and Kate leapt lightly up behind him Away rode the prince and Kate through the greenwood, Kate, as they pass, plucking nuts from the trees and filling her apron with them. They rode on and on till they came to a green hill. The prince here drew bridle and spoke, “Open, open, green hill, and let the young prince in with his horse and his hound,” and Kate added, “and his lady behind him.”

    Immediately the green hill opened and they passed in. The prince entered a magnificent hall, brightly lighted up, and many beautiful fairies surrounded the prince and led him off to the dance. Meanwhile, Kate, without being noticed, hid herself behind the door. There she saw the prince dancing, and dancing, and dancing, till he could dance no longer and fell upon a couch. Then the fairies would fan him till he could rise again and go on dancing.

    At last the cock crew, and the prince made all haste to get on horseback; Kate jumped up behind and home they rode. When the morning sun rose, they came in and found Kate sitting down by the fire and cracking her nuts. Kate said the prince had a good night; but she would not sit up another night unless she was to get a peck of gold. The second night passed as the first had done. The prince got up at midnight and rode away to the green hill and the fairy ball, and Kate went with him, gathering nuts as they rode through the forest. This time she did not watch the prince, for she knew he would dance, and dance, and dance. But she saw a fairy baby playing with a wand, and overheard one of the fairies say: “Three strokes of that wand would make Kate’s sick sister as bonnie as ever she was.” So Kate rolled c nuts to the fairy baby, and rolled nuts till the baby toddled after the nuts and let fall the wand, and Kate took it up and put it in her apron. And at cockcrow They rode home as before, and the moment Kate got home to her room she rushed and touched Anne three times with the wand, and the nasty sheep’s head fell off end she was her own pretty self again. The third night Kate consented to watch, only if she should marry the sick prince. All went on as on the first two nights. This time the fairy baby was playing with a birdie; Kate heard one of the fairies say: “Three bites of that birdie would make the sick prince as well as ever he was.” Kate rolled all the nuts she had to the fairy baby till the birdie was dropped, and Kate put it in her apron.

    At cockcrow they set off again, but instead of cracking her nuts as she used to do, this time Kate plucked the feathers off and cooked the birdie. Soon there arose a very savoury smell. “Oh!” said the. sick prince, “I wish I had a bite of that birdie,” so Kate gave him a bite of the birdie, and he rose up on his elbow. By-and-by he cried out again: “Oh, if I had another bite of that birdie!” so Kate gave him another bite, and he sat up on his bed. Then he said again: “Oh! if I but had a third bite of that birdie!” So Kate gave him a third bite, and he rose hale and strong, dressed himself, and sat down by the fire, and when the folk came in next morning they found Kate and the young prime cracking nuts together. Meanwhile his brother had seen Annie and had fallen in love with her, as everybody did who saw her sweet pretty face. So the sick son married the well sister, and the well son married the sick sister, and they all lived happy and died happy, and never drank out of a dry cappy.

    (from English Folk and Fairy Tales , by Joseph Jacobs)

    เคทกับถั่ว

    กาลครั้งหนึ่ง มีพระราชาและพระราชินี พระราชามีบุตรสาว ชื่อว่า แอน และพระราชินีมีบุตรสาวชื่อว่า เคท แต่แอนสวยงามกว่าบุตรสาวของพระราชินี ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็รักกันแบบพี่น้องแท้ๆ พระราชินีรู้สึกอิจฉาบุตรสาวของพระราชาที่สวยงามกว่าบุตรสาวของตน และอยากทำให้เธอสูญเสียความงาม ดังนั้นพระราชินีจึงปรึกษาหารือกับผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่ซึ่งเขาบอกให้พระราชินีส่งเด็กสาวไปหาหล่อนในตอนเช้าที่จะมาถึง

    เช้าวันถัดไป พระราชินีจึงพูดกับแอนว่า “ไปสิ ลูกรัก ไปหาผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่ที่หุบเขาแคบๆ และไปถามหาไข่กับเธอ” แอนจึงเตรียมตัวออกเดินทาง และเมื่อเธอเดินผ่านห้องครัว เธอก็แอบทานอาหารในตู้เก็บอาหารและพกพาอาหารติดมือไปในระหว่างการเดินทางด้วย

    เมื่อเธอพบผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่ เธอจึงถามหาไข่ ผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่จึงบอกให้เธอทำตามว่า “ยกฝาที่ปิดหม้อออกมาและดู”เด็กสาวก็ทำตาม แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “กลับไปหาพระราชินีและบอกให้เธอดูแลล็อคตู้เก็บอาหารให้ดี” ผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่พูด เธอจึงกลับพระราชวังไปหาพระราชินีและบอกเธอว่าผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่พูดว่าอะไร พระราชินีรู้ว่าเด็กสาวได้แอบทานอะไรบางอย่างลงไป ดังนั้นเมื่อถึงตอนเช้าวันถัดไปและพระราชินีส่งเธอออกไปอย่างไม่รอช้า แต่เจ้าหญิงได้มองไปในเมืองต่างๆ และเธอหยิบเมล็ดถั่วตามข้างถนน เก็บไว้เต็มกำมือซึ่งเธอเก็บไว้กินระหว่างการเดินทาง

    เมื่อเธอเจอกับผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่ เขาพูดว่า “ยกฝาที่ปิดหม้อออกมาและดู” พอเด็กสาวยกฝาขึ้นก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม่ไก่จึงพูดกับแอนว่า “ไปบอกพระราชินีว่า หม้อจะไม่เดือดถ้าปราศจากไฟ” ดังนั้นแอนจึงกลับพระราชวังและไปบอกกับพระราชินี

    ในวันที่สาม พระราชินีไปหาผู้หญิงที่มีลักษณะคล้ายไก่ด้วยกันกับเด็กสาว คราวนี้ เมื่อแอนยกฝาที่ปิดหม้อขึ้น ก็มีอะไรบางอย่างมาปกคลุมหัวอันสวยงามของเธอ และเปลี่ยนเป็นหัวแกะแทน ! พระราชินีแอบดีใจอยู่ลึก ๆ และเดินทางกลับพระราชวัง

    อย่างไรก็ตาม เคท ลูกสาวของเธอเอง นำเอาผ้าลินินอย่างดีพันรอบหัวของน้องสาวเธอ และพวกเขาทั้งคู่พากันออกไปแสวงหาโชคลาภ พวกเขาเดินไป เดินไป และเดินไป จนกระทั่งพวกเขามาถึงปราสาท เคทเคาะประตูและถามถึงที่พักสำหรับคืนนี้ของเธอและน้องสาวที่ป่วย พวกเขาเข้าไปข้างในปราสาทของพระราชาผู้ซึ่งมีบุตรชายสองคนและหนึ่งในนั้นกำลังเจ็บป่วยปางตายและไม่มีใครที่สามารถทำให้เขาพ้นขีดอันตรายได้ ดังนั้นพระราชาจึงเสนอเงินสำหรับใครสักคนที่จะช่วยเขากำจัดมัน ขณะนั้นเคทเป็นเด็กสาวผู้มีความกล้าหาญมาก ดังนั้นเธอจึงเสนอที่จะอยู่เฝ้าเขา

    จนกระทั่งเที่ยงคืนทั้งหมดก็ผ่านไปได้ด้วยดี เสียงตีระฆังบ่งบอกว่าเป็นเวลาสิบสองนาฬิกาดังขึ้น เจ้าชายตื่นขึ้น จัดการแต่งตัวของเขาและลงไปชั้นล่าง เคทเดินตามเขาไปแต่เขาไม่ได้สังเกตเธอเลย เจ้าชายไปที่คอกม้า ผูกอานม้าของเขา เรียกสุนัขของเขาให้กระโดดขึ้นไปอยู่บนอานม้าด้วยกัน และเคทก็กระโจนขึ้นขี่ม้าตามหลังเจ้าชายออกไปและเคทได้ผ่านกรีนวูด ในขณะที่พวกเขาเดินทางผ่าน เคทได้เด็ดถั่วออกมาจากต้นไม้แล้วเก็บไว้ที่ผ้ากันเปื้อนของเธอ พวกเขาควบม้าไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงเนินภูเขาสีเขียว เจ้าชายอยู่ที่นี่และดึงนกออกมาและพูด “ เนินเขาสีเขียวเอ๋ย จงเปิด เปิด และนำเจ้าชายหนุ่ม ม้าของเขากับสุนัขเข้าไปข้างใน” และเคทก็มาเพิ่ม “และสุภาพสตรีที่อยู่ข้างหลังของเขา”

    ทันทีทันใดนั้นเอง เนินภูเขาสีเขียวก็เปิดออกมาและพวกเขาก็ผ่านเข้าไปข้างใน เจ้าชายเข้าไปในห้องโถงที่สวยงาม มีไฟสว่างสดใสและเหล่านางฟ้าสวยๆมากมายอยู่รอบๆตัวเจ้าชาย และพาเขาออกไปเต้นรำ ในขณะนั้นไม่มีใครได้ทันสังเกตเคทเลย เธอซ่อนตัวเองอยู่ข้างหลังประตู เธอมองดูเจ้าชายกำลังเต้น เต้น และเต้น จนกระทั่งเขาหมดแรงที่จะเต้นและล้มลงไป แล้วเหล่านางฟ้าก็พัดกระตุ้นเขาจนตื่นขึ้นมาอีกครั้งและเต้นต่อไป

    เมื่อไก่ขันในยามรุ่งขึ้น เจ้าชายรีบขี่ม้ากลับทันที เคทรีบกระโดดขึ้นข้างหลังม้าและขี่กลับพระราชวังของพวกเขา เมื่อถึงตอนเช้าเป็นเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น พวกเขากลับมาถึงและพบว่าเคทนั่งลงอยู่กับไฟและอยู่กับถั่วของเธอ เคทกล่าวว่าเจ้าชายมีคืนที่ดี คืนที่สองผ่านมาเช่นเดียวกับคืนแรก เจ้าชายตื่นขึ้นกลางดึกตอนเที่ยงคืนและขี่ม้าไปยังเนินเขาสีเขียวและเคทก็ไปกับเขาด้วย เก็บรวมรวมถั่วในป่าที่พวกเขาขี่ผ่าน ครั้งนี้เธอไม่ได้มาดูเจ้าชาย เพราะเธอรู้ว่าเจ้าชายจะเต้น เต้นและเต้น แต่เธอเห็นนางฟ้าตัวน้อยๆกำลังเล่นกับคฑาและได้ยินเสียงจากนางฟ้าตนหนึ่งว่า “เคาะคฑาสามครั้งจะช่วยให้น้องสาวที่ป่วยของเธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม” ดังนั้นเคทจึงกลิ้งถั่วไปที่เจ้านางฟ้าตัวน้อย ๆ และเมื่อนางฟ้าตัวน้อยๆเห็นถั่วก็ปล่อยคฑาออกจากมือโดยทันที เคทจึงหยิบคฑาขึ้นมาและใส่ไว้ในผ้ากันเปื้อนของเธอ พอถึงรุ่งเช้า พวกเขาก็ขี่ม้ากลับพระราชวังเหมือนเคย และเมื่อเคทกลับมาถึงห้องของเธอที่พระราชวัง เธอรีบนำคฑาไปสัมผัสที่แอนสามครั้งและจากนั้นหัวแกะที่น่ารังเกียจก็หายไปในที่สุด เธอได้ความสวยงามของเธอกลับมาอีกครั้ง ในคืนที่สามเคทได้นับคำชมและเธอเท่านั้นที่จะได้แต่งงานกับเจ้าชายที่ป่วย เวลานี้เจ้านางฟ้าตัวน้อยๆกำลังเล่นอยู่กับนก เคทได้ยินเสียงจากนางฟ้าตนหนึ่งว่า “กัดที่นกสามครั้งจะทำให้เจ้าชายหายป่วยกลับไปแข็งแรงเหมือนแต่ก่อนได้” เคทกลิ้งถั่วทั้งหมดที่เทอมีไปที่นางฟ้า พอนางฟ้าเห็นถั่วก็ทิ้งนกลงและเคทก็เก็บนกมาใส่ไว้ในผ้ากันเปื้อนของเธอ

    พอถึงรุ่งเช้าเธอก็กลับพระราชวัง คราวนี้เธอถอนขนนกออกและนำนกไปปรุงสุก ขณะนี้ได้มีกลิ่นหอมอาหารเกิดขึ้น “โอ้” เจ้าชายที่ป่วยพูดขึ้นมา “ขอฉันทานนกหน่อยสิ” เคทจึงให้เขาได้ทานนก และจากนั้นเขาก็ใช้ข้อศอกพยุงตัวของเขาลุกขึ้นมา เมื่อเวลาผ่านไป เขาร้องออกมาอีกครั้งว่า “โอ้ หากฉันได้ทานส่วนอื่นของนก !” เคทจึงให้เขาได้ทานส่วนอื่นของนกและเขาก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียงของเขา หลังจากนั้นเขาพูดอีกครั้งว่า “โอ้ หากฉันได้กัดนกตัวนั้นสามครั้ง” เคทจึงให้เขาได้กัดสามครั้งและมันทำให้เขามีกำลังวังชามากขึ้นและแข็งแรงเขาแต่งเนื้อแต่งตัวของตัวเอง และนั่งลง และเช้าวันต่อมาทุกคนก็พบว่าเคทและเจ้าชายหนุ่มร่วมกันกะเทาะเปลือกถั่ว ขณะเดียวกันน้องชายของเขาก็ได้ตกหลุมรักแอนขึ้นมา เหมือนเช่นทุกๆคนที่ได้เห็นความงามบนใบหน้าของเธอ ดังเช่นกับบุตรชายที่ป่วยได้แต่งงานกับพี่สาวที่ดี และบุตรชายที่ดีได้แต่งงานกับน้องสาวที่ป่วย และพวกเขาก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขและตายอย่างมีความสุข

    Comment by Katesarin | February 8, 2012 | Reply

  6. Translation

    Song: The reason
    Artist: Hoobastank

    to Thai language.

    [ START ]

    I’m not a perfect person,

    ฉันไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบ

    As many things I wish I didn’t do,

    มีหลายๆสิ่ง ที่ฉันคิดว่าฉันไม่น่าทำมันลงไป

    But I continue learning,

    ตลอดมามันทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า

    I never meant to do those things to you,

    ฉันไม่ได้ตั้งใจทำอย่างนั้นกับเธอเลย

    And so I have to say before I go,

    และด้วยเหตุนี้ฉันมีสิ่งที่อยากจะพูด ก่อนที่ฉันจะไป

    That I just want you to know.

    ซึ่งฉันแค่ต้องการให้เธอได้รู้ว่า

    I’ve found a reason for me,

    ฉันพบเหตุผลสำหรับฉันแล้ว

    To change who I used to be,

    ที่จะเปลี่ยนตัวฉันอย่างที่เคยเป็น

    A reason to start over new,

    เหตุผลที่จะเริ่มใหม่อีกครั้ง

    and the reason is you.

    และเหตุผลนั้นคือเธอ

    I’m sorry that I hurt you,

    ฉันเสียใจที่ทำให้เธอต้องเจ็บ

    It’s something I must live with everyday,

    มันเป็นความรู้สึกที่ฉันต้องอยู่กับมันไปทุกๆ วัน

    And all the pain I put you through,

    กับความเจ็บปวดทั้งหมดที่เธอได้รับไปจากฉัน

    I wish that I could take it all away,

    ฉันขอเป็นคนลบล้างมันออกไปทั้งหมด

    And be the one who catches all your tears,

    และเป็นคนที่ซับน้ำตาให้กับเธอ

    Thats why I need you to hear.

    แหละนั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงอยากให้เธอได้ฟัง

    I’ve found a reason for me,

    ฉันพบเหตุผลสำหรับฉันแล้ว

    To change who I used to be,

    ที่จะเปลี่ยนตัวฉันอย่างที่เคยเป็น

    A reason to start over new,

    เหตุผลที่จะเริ่มใหม่อีกครั้ง

    and the reason is you.

    และเหตุผลนั้นคือเธอ

    I’ve found a reason to show,

    ฉันได้พบกับเหตุผลที่อยากจะแสดงออกมา

    A side of me you didn’t know,

    อีกด้านของฉันที่เธอไม่เคยรู้จัก

    A reason for all that I do,

    เหตุผลสำหรับทุกๆอย่างที่ฉันทำ

    And the reason is you.

    และเหตุผลนั้นก็คือเธอ

    [ END ]

    Comment by Katesarin | February 8, 2012 | Reply

  7. แปลเพลง Thai > English

    อีกครั้ง – อาร์มแชร์
    Again – Armchair

    มีใครบางคนที่ยังเหมือนก่อน

    There is someone who still was as past.

    มีคนคนหนึ่งยังคิดถึงและเป็นห่วงเธอ

    There is someone who still miss and care you.

    มีความจำเป็นที่อยากขอให้เธอเข้าใจ

    I have necessary, and I’d like you understand.

    ฉันขอโทษ โปรดจงทบทวนให้ดีอีกครั้ง

    I’m sorry , please you consider me again.

    อีกครั้งหนึ่ง จากวันนั้นที่ฉันได้ทำผิด

    Once again , from the day that I done wrong for you.

    เธอจะคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า

    Do you miss me ?

    จดจำเวลาที่ผ่านมาได้ไหม

    Do you remember that time ago ?

    (จดจำเวลาที่ผ่านมาแสนนาน)

    [ Remember that time past , for a long. ]

    จากครั้งที่เรายังชิดใกล้

    In time , we still stay together.

    เธออยู่ในใจเสมอ

    You always in my heart ,

    ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย

    From that day , everything are never change .

    หากถ้าย้อนคืนเวลานั้นมาได้

    If I can change those time to the present.

    จะไม่ยอมให้เธอจากไป

    I won’t permit you go on .

    ฉันยังรักเธอ

    I’m still love you.

    ในคืนที่เธอรู้สึกเหงาใจ

    When you feel lonely in the night .

    มีดาวบางดวงบนท้องฟ้ายังคอยส่องเธอ

    There are stars on sky still to beside you.

    มีคนคนหนึ่งที่อยากขอให้เธอเข้าใจ

    There is the one man need you to understand him ,

    และยกโทษ และจงทบทวนให้ดีอีกครั้ง

    forgive him and to consider me again.

    อีกครั้งหนึ่ง จากวันนั้นที่ฉันได้ทำผิด

    Once again , from the day that I done wrong for you.

    เธอจะคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า

    Do you miss me ?

    จดจำเวลาที่ผ่านมาได้ไหม

    Do you remember that time ago ?

    (จดจำเวลาที่ผ่านมาแสนนาน)

    [ Remember that time past , for a long. ]

    จากครั้งที่เรายังชิดใกล้

    In time , we still stay together.

    เธออยู่ในใจเสมอ

    You always in my heart ,

    ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย

    From that day , everything are never change .

    หากถ้าย้อนคืนเวลานั้นมาได้

    If I can change those time to the present.

    จะไม่ยอมให้เธอจากไป

    I won’t permit you go on .

    ฉันยังรักเธอ

    I’m still love you.

    และจากวันนี้ฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บช้ำ

    and from today , I will not hurt you

    ให้โอกาสคนที่พลาดพลั้งได้แก้ไข

    I need you give opportunity for the mistake was corrected.

    จะปล่อยให้รักของฉันและเธอจบลงไม่ได้

    Don’t release our’s love into the end.

    อภัยได้ไหม ถ้าใจของเธอยังไม่เปลี่ยนแปลง

    Could you forgive me ?
    If you still don’t change your mind .

    อีกครั้ง อีกแค่ครั้งหนึ่ง จากวันนี้ฉันจะไม่ทำผิด
    Again , Once again , from to day , I won’t to done wrong to you .

    โปรดจงคิดถึงฉันได้ไหมเธอ

    Please , you miss me .

    จดจำเวลาที่ผ่านมาได้ไหม

    Do you remember that time ago ?

    (จดจำเวลาที่ผ่านมาแสนนาน)

    [ Remember that time past , for a long. ]

    จากครั้งที่เรายังชิดใกล้

    In time , we still stay together.

    เธออยู่ในใจเสมอ

    You always in my heart ,

    ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย

    From that day , everything are never change .

    หากถ้าย้อนคืนเวลานั้นมาได้

    If I can change those time to the present.

    จะไม่ยอมให้เธอจากไป

    I won’t permit you go on .

    ฉันยังรักเธอ

    I’m still love you.

    Comment by Katesarin | February 9, 2012 | Reply

  8. [youtube http://www.youtube.com/watch?v=fV4DiAyExN0&w=560&h=315%5D

    Comment by katesarin | February 12, 2012 | Reply

  9. Comment by katesarin | February 12, 2012 | Reply

  10. อีกครั้ง – Armchair

    มีใครบางคนที่ยังเหมือนก่อน

    There is someone who still was same ago.

    มีคนคนหนึ่งยังคิดถึงและเป็นห่วงเธอ

    There is someone who still care you.

    มีความจำเป็นที่อยากขอให้เธอเข้าใจ

    There’s necessary that I need you to understand.

    ฉันขอโทษ โปรดจงทบทวนให้ดีอีกครั้ง

    I’m sorry . Please , try to review it again.

    * อีกครั้งหนึ่ง จากวันนั้นที่ฉันได้ทำผิด

    Once again .From the date that I done wrong.

    เธอจะคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า

    Do you think about me ?

    ** จดจำเวลาที่ผ่านมาได้ไหม จากครั้งที่เรายังชิดใกล้

    Do you remember ? That time , we stay together .

    เธออยู่ในใจเสมอ

    You are always still in my heart .

    ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย

    Everything never change from that day .

    หากถ้าย้อนคืนเวลานั้นมาได้

    If I can return those time again.

    จะไม่ยอมให้เธอจากไป ฉันยังรักเธอ

    I won’t let you gone . I still love you .

    ในคืนที่เธอรู้สึกเหงาใจ

    In the night , when you feel lonely .

    มีดาวบางดวงบนท้องฟ้ายังคอยส่องเธอ

    Have the stars in sky still see you.

    มีคนคนหนึ่งที่อยากขอให้เธอเข้าใจ

    There is a man who need you to understand him.

    และยกโทษ และจงทบทวนให้ดีอีกครั้ง

    Forgive him and try to review it again.

    ซ้ำ *,**

    และจากวันนี้ฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บช้ำ

    Since this day , I won’t to hurt you.

    ให้โอกาสคนที่พลาดพลั้งได้แก้ไข

    Could you give opportunity for me to improve.

    จะปล่อยให้รักของฉันและเธอจบลงไม่ได้

    Don’t let we love to the end .

    อภัยได้ไหม ถ้าใจของเธอยังไม่เปลี่ยนแปลง

    Do you forgive me ?
    If , your heart still not change .

    อีกครั้ง อีกแค่ครั้งหนึ่ง

    Again , only again .

    จากวันนี้ฉันจะไม่ทำผิด

    Since, today I won’t do wrong.

    โปรดจงคิดถึงฉันได้ไหมเธอ

    Could you sympathize me .

    จดจำเวลาที่ผ่านมาได้ไหม จากครั้งที่เรายังชิดใกล้

    Do you remember ? That time , we stay together .

    เธออยู่ในใจเสมอ

    You are always still in my heart .

    ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย หากถ้าย้อนคืนเวลานั้นมาได้

    Everything never change from that day .

    จะไม่ยอมให้เธอจากไป ฉันยัง..

    I won’t let you gone . I still ….

    จดจำเวลาที่ผ่านมาแสนนาน จากครั้งที่เรายังชิดใกล้

    Do you remember ? for long time , we stay together .

    เธออยู่ในใจเสมอ

    You are always still in my heart .

    ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากวันนั้นเลย หากถ้าย้อนคืนเวลานั้นมาได้

    Everything never change from that day .

    จะไม่ยอมให้เธอจากไป ฉันยังรักเธอ

    I won’t let you gone . I still love you .

    Comment by katesarin | February 12, 2012 | Reply

  11. Comment by katesarin | February 12, 2012 | Reply

  12. Death shocks world fans : Soul singer passes away at 48 on eve of Grammys .
    แฟน ๆ ทั่วโลกตกตะลึงกับความตายนี้ : วิญญาณนักร้องได้จบลงที่อายุ 48 ในวันก่อนที่จะมีงานแกรมมี่ อวอร์ด

    Comment by Katesarin Sae Lao | February 23, 2012 | Reply

  13. Adele wins 6 Grammys

    LOS ANGELES : Adele’s distinctive voice returned and
    Whitney Houston was mourned yesterday in a Grammy
    Awards show packed with comebacks and fond farewells.

    The music industry’s biggest night belonged to British
    singer Adele,23,who won all six of the Grammys she had
    been nominated for.

    But the biggest applause came after Adele gave her
    first major public performance following throat surgery
    in November that millions of her fans worldwide feared
    might destroy her signature husky voice.

    Adele overcame initial nerves to belt out Rolling in
    the Deep and enjoy a standing ovation.

    “I need to thank my doctors…who brought my voice
    back ,” she said.

    Memories of Houston, who was found dead at 48 in
    as-yet-unexplained circumstances just 24 hours earlier
    in a Los Angeles hotel room, made for a nostalgia-filled
    evening

    Host LL Cool J started the evening with a prayer ” For
    our fallen sister ” before Jennifer Hudson sang Houston’s
    biggest hit I Will Always Love You. REUTERS

    [under picture]
    Singer Adele poses with her six trophies at the 54th Grammy
    Awards in Los Angeles yesterday.AFP

    อเดลล์คว้า 6 รางวัลแกรมมี่

    ลอสแองเจอลิส : เสียงอันเป็นเอกลักษ์ของอเดลล์ทำให้เธอกลับมาคว้ารางวัลและ
    ในงานแกรมมี่ อวอร์ด โชว์ เหล่าศิลปินร่วมกันกลับมาไว้อาลัยให้วิทนีย์ ฮูสตัน

    คืนที่ยิ่งใหญ่ของวงการเพลงตกเป็นของ อเดลล์ นักร้องชาวอังกฤษ อายุ 23 ปี ผู้ที่
    ชนะเลิศ 6 รางวัลที่เสนอชื่อเข้าชิงในงานแกรมมี่ อวอร์ด

    นอกจากนี้ยังเป็นการชมเชยที่ยิ่งใหญ่หลังจากที่อเดลล์เข้ารับการผ่าตัดที่ลำคอใน
    เดือนพฤศจิกายนซึ่งเหล่าแฟนๆของเธอจากทั่วทุกมุมโลกต่างก็กลัวว่าจะสูญเสียเสียงที่
    แหบแห้งอันเป็นสัญลักษณ์ของเธอไป

    อเดลล์เอาชนะความกังวลครั้งแรกของตัวเองด้วยเพลง Rolling in the Deep
    และยืนต้อนรับเสียงปรบมือ

    “ฉันต้องการขอบคุณคุณหมอของฉันผู้ที่นำเสียงของฉันกลับคืนมา” เธอกล่าว

    ความทรงจำของฮูสตัน ผู้ที่ถูกค้นพบว่าตายตอนอายุ 48 ปี จนกระทั่งบัดนี้ก็เป็น
    สถานการณ์ที่ยากจะอธิบาย ผ่านไปเพียงแค่ 24 ชั่วโมง ในห้องนอนโรงแรมก็ทำให้
    เย็นนั้นเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์

    เจ้าภาพ LL Cool J เริ่มตอนเย็น ด้วยบทสวดมนต์ “For our fallen sister”
    ก่อนที่ เจนิเฟอร์ ฮัดสัน ร้องเพลงที่ฮิตที่สุดของฮูสตัน I Will Always Love You .รอยเตอร์

    [ใต้รูปภาพ]
    อเดลล์โพสท่าพร้อมกับ6ถ้วยรางวัลที่งานแกรมมี่ อวอร์ด ครั้งที่ 54 ณ ลอสแองเจอลิส ม่าวานนี้

    Comment by Katesarin Sae Lao | February 23, 2012 | Reply

  14. แก้ไข*

    Adele wins 6 Grammys

    LOS ANGELES : Adele’s distinctive voice returned and
    Whitney Houston was mourned yesterday in a Grammy
    Awards show packed with comebacks and fond farewells.

    The music industry’s biggest night belonged to British
    singer Adele,23,who won all six of the Grammys she had
    been nominated for.

    But the biggest applause came after Adele gave her
    first major public performance following throat surgery
    in November that millions of her fans worldwide feared
    might destroy her signature husky voice.

    Adele overcame initial nerves to belt out Rolling in
    the Deep and enjoy a standing ovation.

    “I need to thank my doctors…who brought my voice
    back ,” she said.

    Memories of Houston, who was found dead at 48 in
    as-yet-unexplained circumstances just 24 hours earlier
    in a Los Angeles hotel room, made for a nostalgia-filled
    evening

    Host LL Cool J started the evening with a prayer ” For
    our fallen sister ” before Jennifer Hudson sang Houston’s
    biggest hit I Will Always Love You. REUTERS

    [under picture]
    Singer Adele poses with her six trophies at the 54th Grammy
    Awards in Los Angeles yesterday.AFP

    อเดลล์คว้า 6 รางวัลแกรมมี่

    ลอสแองเจอลิส : เสียงอันเป็นเอกลักษ์ของอเดลล์ทำให้เธอกลับมาคว้ารางวัลและ
    ในงานแกรมมี่ อวอร์ด โชว์ เหล่าศิลปินร่วมกันกลับมาไว้อาลัยให้วิทนีย์ ฮูสตัน
    คืนที่ยิ่งใหญ่ของวงการเพลงตกเป็นของ อเดลล์ นักร้องชาวอังกฤษ อายุ 23 ปี ผู้ที่
    ชนะเลิศ 6 รางวัลที่เสนอชื่อเข้าชิงในงานแกรมมี่ อวอร์ด
    นอกจากนี้ยังเป็นการชมเชยที่ยิ่งใหญ่หลังจากที่อเดลล์เข้ารับการผ่าตัดที่ลำคอใน
    เดือนพฤศจิกายนซึ่งเหล่าแฟนๆของเธอจากทั่วทุกมุมโลกต่างก็กลัวว่าจะสูญเสียเสียงที่
    แหบแห้งอันเป็นสัญลักษณ์ของเธอไป
    อเดลล์เอาชนะความกังวลครั้งแรกของตัวเองด้วยเพลง Rolling in the Deep
    และยืนต้อนรับเสียงปรบมือ
    “ฉันต้องการขอบคุณคุณหมอของฉันผู้ที่นำเสียงของฉันกลับคืนมา” เธอกล่าว
    ความทรงจำของฮูสตัน ผู้ที่ถูกค้นพบว่าตายตอนอายุ 48 ปี จนกระทั่งบัดนี้ก็เป็น
    สถานการณ์ที่ยากจะอธิบาย ผ่านไปเพียงแค่ 24 ชั่วโมง ในห้องนอนโรงแรมก็ทำให้
    เย็นนั้นเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
    เจ้าภาพ LL Cool J เริ่มตอนเย็น ด้วยบทสวดมนต์ “For our fallen sister”
    ก่อนที่ เจนิเฟอร์ ฮัดสัน ร้องเพลงที่ฮิตที่สุดของฮูสตัน I Will Always Love You .รอยเตอร์

    [ใต้รูปภาพ]
    อเดลล์โพสท่าพร้อมกับ6ถ้วยรางวัลที่งานแกรมมี่ อวอร์ด ครั้งที่ 54 ณ ลอสแองเจอลิส เมื่อวานนี้

    Comment by Katesarin Sae Lao | February 23, 2012 | Reply

  15. “เกิร์ลส เจนเนอเรชั่น” สร้างสถิติประสบความสำเร็จที่สุดในเอเชีย

    9 สาว Girls’ Generation สร้างสถิติใหม่ให้กับวงการเพลงของเกาหลีไปแล้ว โดยเป็น Girl Group ที่ประสบความสำเร็จจากการทัวร์
    คอนเสิร์ตมากที่สุดในเอเชีย
    นับตั้งแต่พฤษภาคมปี 2554 ที่เปิดการแสดงใน 6 เมืองของญี่ปุ่น ก่อนจะขยายทัวร์ไปทั่วเอเชีย รวมทั้งหมด 23 รอบใน 11 เมือง ทั้งไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง และไทย
    และยังกลายเป็นคอนเสิร์ตที่ทำรายได้มากที่สุดจากการแสดงในต่างประเทศด้วย รวมถึงมีผู้ชมมากทื่สุดถึง 2.3 แสนคน
    สำหรับการแสดงครั้งล่าสุดจัดขึ้นที่ประเทศไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นคอนเสิร์ตปิดฉากเอเชียทัวร์ของพวกเธอ โดยมีแฟนเพลงเข้าชมกว่า
    1.1 หมื่นคน ซึ่งสาวๆทั้ง 9 คน ก็จัดโชว์มาถึง 32 เพลง นานกว่า 3 ชั่วโมงเต็ม แถมยังโชว์พูดภาษาไทยกับแฟนชาวไทยด้วย ซึ่งพวกเธอกล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้รับความรักจาก
    แฟนเพลง พร้อมกับยืนยันว่าจะมีทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศไทยอีกแน่นอน

    “Girls’ Generation” got the most Asia successful.

    9 Girls “Girl’s Generation” that make a new record for the Korea music industry,by this girl group got the most
    successful from Asia tour concerts.

    Since May 2012 that opened performance in 6 cities in Japan.Before they expanded tours over Asia.Total is 23 times in 11 cities.Included Taiwan,Singapore,Hong Kong
    and Thailand. And the concert is the most earnings from foreign country performances ,that include 230 thousand audiences.For last performance , that arranged in Thailand.

    For last performance , this arranged on Sunday 12 later in Thailand .which is ended Asia concert of them.with 11 thousands Fans which 9 girls showed 32 songs in 3 hours.And they still talked thai language with Thai Fan peoples. They said gladly that “receive loving from fans and assured that arrange the concert again in Thailand , exactly.”

    Comment by Katesarin Sae Lao | March 7, 2012 | Reply


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.