Somboon’s basic translation

Just another WordPress.com weblog

Poramate

7. The Musical Genius  อัจฉริยะทางด้านดนตรี
 
        นักดนตรีที่มีชื่อเสียงทั้งหลายต่างมาชุมนุมกันที่ราชสำนักของจักรพรรดิ์อัคบาร์ สำหรับการแข่งขันที่ว่า ผู้ใดสามารถทำให้วัวกระทิงนั้นสนใจได้ก็จะเป็นผู้ชนะ
        คนแล้วคนเล่า พวกนักดนตรีทั้งหลายต่างเล่นเพลงเพราะเสนาะหู แต่วัวกระทิงนั้นไม่มีท่าทีสนใจเลย จนถึงตาของเบียร์บัล เขาขึ้นไปบนเวที และเล่นเพลงคล้ายเสียงยุงที่บินหึ่งๆ และเสียงร้องมูมูของวัว แต่ทุกคนก็ต้องประหลาดใจที่ฝูงวัวกระทิงนั้นตื่นตัวทันทีและเริ่มวิ่งอย่างเร็ว
        จักรพรรดิ์อัคบาร์ทรงประกาศให้เบียร์บัลเป็นผู้ชนะ

 

Poramate Pattanakarunwong

 

Submitted:  5 ธันวาคม 2008 13:00

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a Comment

อัจฉรา อัมพวัน

38.  The Cock and The Hen

 

Since Birbal always outwitted Akbar, Akbar thought of a plan to make Birbal look like a fool.  He gave one egg to each of his ministers before Birbal reached the court one morning.

So when Birbal arrived, the king narrated a dream he had had                   the previous night saying that he would be able to judge the honesty of his ministers if they were able to bring back an egg from the royal garden pond.

So, Akbar asked all his courtiers to go to the pond, one at a time and return with an egg. So, one by one, all his ministers went to the pond and returned with the egg which he had previously given them.

Then it was Birbal’s turn. He jumped into the pond and could find no eggs. He finally realized that the King was trying to play a trick on him. So he entered the court crowing like a cock.

The Emperor asked him to stop making that irritating noise and then asked him for the egg.

            Birbal smiled and replied that the only hens lay eggs, and as he was           a cock, he could not produce an egg.

Everyone laughed loudly and the King realized that Birbal could never he easily fooled

พ่อไก่และแม่ไก่

                ด้วยเหตุที่ว่าเบียร์บัลสามารถเอาชนะท่านอัคบาร์ด้วยสติปัญญามาโดยเสมอ  ท่านอัคบาร์ จึงทรงคิดถึงแผนการที่จะทำให้เบียร์บัลดูเหมือนคนโง่  พระองค์จึงได้พระราชทานไข่  1  ใบ  แก่เหล่าเสนาบดีของพระองค์ก่อนที่เบียร์บัลจะมาถึงยังราชสำนักในเช้าวันรุ่งขึ้น

                จนกระทั่งเมื่อเบียร์บัลมาถึง  กษัตริย์อัคบาร์ทรงเล่าถึงเหตุการณ์ความฝันที่พระองค์ฝันถึงเมื่อคืนก่อน  โดยกล่าวว่าท่านสามารถที่จะพิจารณาความซื่อสัตย์ของเหล่าเสนาบดีได้  หากว่าพวกเขาสามารถนำไข่กลับมาจากสระน้ำของพระมหากษัตริย์ได้

                จนกระทั่งท่านอัคบาร์ได้เชิญเหล่าข้าราชสำนักไปยังสระน้ำเพียงครั้งเดียวและกลับมาพร้อมกับไข่  โดยมีเงื่อนไขที่ว่าไปทีละคนซึ่งเหล่าเสนาบดีทั้งหมดได้ไปยังสระน้ำและกลับมาพร้อมกับไข่ซึ่งพระองค์ได้พระราชให้แก่พวกเขาก่อนหน้านี้

                ในตอนนั้นมันเป็นคราวของเบียร์บัล  เขาได้กระโดดไปยังสระน้ำและหาไข่ไม่เจอเลยสักใบหนึ่ง  ซึ่งในที่สุดเขาคิดได้ว่ากษัตริย์อัคบาร์กำลังพยายามที่จะเล่นกลอุบายกับเขาแล้ว  ดังนั้น          เขาได้ไปยังราชสำนักด้วยการขันเหมือนกับพ่อไก่ 

                ท่านจักรพรรดิอัคบาร์ได้ขอร้องให้เขาหยุดกระทำการอย่างนั้นซึ่งมันเป็นเสียงที่น่ารำคาญและในเวลานั้นท่านจึงได้ตรัสถามเรื่องไข่กับเบียร์บัล

                เบียร์บัลยิ้มและตอบกลับไปว่ามีเพียงแม่ไก่ที่ออกไข่และข้าพระพุทธเจ้าเป็นพ่อไก่  ข้าพระพุทธเจ้าไม่สามารถออกไข่ได้พระเจ้าค่ะ 

                ทุกคนหัวเราะกันอย่างเสียงดังและกษัตริย์อัคบาร์ตระหนักได้ว่าเบียร์บัลเป็นคนที่ถูกหลอกได้ยาก

 

Miss  Achara  Ampawan

 เลขที่ 38   อังกฤษเพื่อการสื่อสาร 2-3

Submitted:  5 ธันวาคม 2008 16:40

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a Comment

สาธิต กลิ่นหอม

22. Birbal Returns Home

เบียร์บัลได้รับการรับเชิฐจากกษัตริย์ให้เข้ามาในเปอร์เซีย ขุนนางได้ให้เกียรติเขาและให้การต้อนรับพร้อมทั้งมอบของกำนัลแก่เขา ในตอนเย็นขณะที่เขากำลังกลับบ้าน ขุนนางได้ถามเขาว่าคิดอย่างไรระหว่างกษัตริย์แห่งเปอร์เซียกับกษัตริย์ของเขา

กษัตริย์ของเจ้าเปรียบเสมือนดวงจันทร์วันเพ็ญ” เบียร์บัลกล่าวแต่ทว่ากษัตริย์ของข้าเปรียบเสมือนได้ดั่งเสี้ยวของดวงจันทร์”

ชาวเปอร์เซียมีความสุขมากๆ แต่เมื่อเบียร์บัลกลับถึงบ้านเขาได้พบว่าสมเด็จอัคบาร์โกรธเขาอยู่

เจ้ากล้าดียังไงที่มาดูถูกกษัตริย์ของเจ้าเอง” สมเด็จอัคบาร์ถาม

เจ้าคนทรยศ”

มิบังอาจ ฝ่าบาท” เบียร์บัลกล่าว ข้าน้อยมิบังอาจดูถูกดูแคลนท่าน พระจันทร์วันเพ็ญก็ต้องลดลงและหายไปในที่สุด แต่ทว่า พระจันทร์เสี้ยวนั้นเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ที่จริงแล้วข้าต้องการที่จะประกาศให้โลกรับรู้ถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกวันของท่าน แต่เมื่อเทียบกับกษัตริย์เปอร์เซียนับวันอำนาจยิ่งลดน้อยลง

สมเด็จอัคบาร์นั้นขอบพระทัยในคำตอบของเบียร์บัล และต้อนรับเขากลับมาด้วยอ้อมกอดที่อบอุ่น

นายสาธิต  กลิ่นหอม

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล 2-3

 

Submitted:  6 ธันวาคม 2008 13:19

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a Comment

ธีรดา พัฒจันทร์

3. The Blind Saint

There lived a saint in an ashram in the kingdom of Emperor Akbar. He was believed to prophecy the future correctly. Once he had a visitor who had come to treat their niece. The child’s parents were killed in front of the girl’s eyes. Once she saw the saint, she started to scream loudly saying that that saint was the culprit. Angered by the girl’s words the saint demanded the couple to get away with their child. The whole day the girl cried which made the couple to realize that the girl was not lying. Therefore, they decided to seek the help of Raja Birbal. Birbal consoled them and asked them to wait at the Emperor’s assembly. Birbal had invited the saint to Akbar’s court too. Then in front of all the ministers he drew a sword and neared the saint to kill him. The saint in bewilderment immediately drew another sword and began to fight. Thus by this act of the saint it was proved that he wasn’t blind. Therefore Akbar demanded to bang the culprit and rewarded the girl for her bravery for telling the truth even at the critical situation.

 

3. นักบุญตาบอด

นักบุญตาบอดดำรงชีวิตอยู่ด้วยความละอายใจในอาณาจักร ของจักรพรรดิอัคบาร์ เขาได้รับความเชื่อถือในการทำนายอนาคตอย่างแม่นยำ ครั้งหนึ่งได้มีผู้มาเยือนซึ่งมาเพื่อรักษาอาการหลานสาวของเขา พ่อแม่ของเด็กถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาของเด็กหญิง เมื่อเธอได้พบกับนักบุญ เธอเริ่มกรีดร้องโวยวาย และพูดว่านักบุญเป็นผู้ร้าย ด้วยโทสะจากคำพูดของเธอ นักบุญจึงให้คนทั้งคู่พาเด็กๆออกไป วันทั้งวันนั้นเด็กหญิงร้องไห้ไม่หยุด นั่นทำให้พวกเขาได้รู้ว่าเด็กหญิงไม่ได้โกหก ดังนั้น พวกเขาจึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจาก ราจา เบียร์บัล เบียร์บัลปลอบประโลมและขอร้องให้พวกเขารอการประชุมสภาของจักรพรรดิ เบียร์บัลได้เชิญนักบุญให้ไปที่ราชสำนักของอัคบาร์ด้วย และต่อหน้าข้าราชบริพารเขาชักดาบ และกรูเข้าไปหา นักบุญเพื่อฆ่าเขา ด้วยความตกใจ ทันใดนั้นนักบุญจึงชักดาบของผู้อื่นเพื่อต่อสู้ ด้วยการกระทำเช่นนั้น มันจึงพิสูจน์ว้าเขาไม่ได้ตาบอด ดังนั้นอัคบาร์จึงสั่งให้แขวนคอ ผู้กระทำผิดและให้รางวัลแก่เด็กหญิงในความกล้าหาญของเธอที่พูดความจริงให้มีการพิจารณาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

น.ส. ธีรดา พัฒจันทร์

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล 2-3

เลขที่ 3

Submitted:  6 ธันวาคม 2008 20:50

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a Comment

สุภัทร์ชัย กล้ากลางสมร

30. ชาวเมืองขี้อิจฉา

 

วันหนึ่ง ขณะที่จักรพรรดิอัคบาร์ทรงตรวจสอบกฎหมายและสถานการณ์ในราชอาณาจักร ขุนนางคนหนึ่งซึ่งอิจฉาริษยาในตัวราชาเบียร์บัล ได้ร้องเรียนว่าองค์จักรพรรดิให้ความสำคัญแต่ความคิดเห็นของเบียร์บัลคนเดียว และไม่สนใจรัฐมนตรีคนอื่นๆเลย อัคบาร์ต้องการรัฐมนตรีที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับขบวนพิธีการแต่งงาน

 

องค์จักรพรรดิให้รัฐมนตรีจัดลำดับข้อมูลของการแต่งงาน รัฐมนตรีออกไปพบและเดินตรงไปยังองค์จักรพรรดิที่มีสีหน้าภูมิใจยินดี พระราชาพูดกับเบียร์บัลและถามเขาถึงข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งงาน

เมื่อเบียร์บัลกลับ อัคบาร์ถามรัฐมนตรีว่าเขาจะไปไหนกัน” รัฐมนตรีพูดกับพระราชาเท่านั้น เกี่ยวกับข้อมูลของการแต่งงานโอ้โห ช่างน่าประทับใจ อัคบาร์ถามคำถามเดียวกับเบียร์บัล ที่พวกเขากำลังจะไปเมืองออร์ราฮาแบท” เบียร์บัลตอบ

ขณะที่พระราชาได้กลับตรงไปกับรัฐมนตรีและพูดว่าตอนนี้คุณรู้แล้วใช่ไหมว่าเบียร์บัลสำคัญกับฉันมากแค่ไหน ถ้าภารกิจสำเร็จแล้วแต่มันก็ยังไม่เพียงพอ เบียร์บัลมีความฉลาดในการทำงาน” รัฐมนตรีสีหน้าไม่สู้ดี เบียร์บัลทักษะดีในการเรียนรู้และขยัน

 

นายสุภัทร์ชัย  กล้ากลางสมร

ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล 2-3

 

Submitted:  7 ธันวาคม 2008 8:18

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a Comment

Laddawan

10. Limping Horse : เจ้าม้าอ่อนแอ
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
 
A nobleman’s prized racehorse began to limp for no apparent reason.
ขุนนางท่านหนึ่งได้ประเมินอาการม้าแข่งของเขา ว่าเริ่มมีอาการอ่อนแอด้วยเหตุผลที่ไม่เด่นชัด
 
Vaterinariens who were called found nothing wrong with the leg
- no fracture, no sprain,no soreness-and they were buffled.
ซึ่งเหล่าสัตวแพทย์ที่ถูกเรียกมาต่างก็ไม่พบความผิดปกติในส่วนของขา
กระดูกก็ไม่หัก, ไม่บิดเบี้ยว, ไม่มีอาการเจ็บปวด ทำให้เหล่าสัตวแพทย์ถึงกับจนปัญญา
 
The nobleman finally consulted a sage, a man know for his wisdom.
ในที่สุด ขุนนางท่านนี้ก็ไปปรึกษากับนักปราชญ์ท่านหนึ่ง ชายผู้รู้ซึ่งปัญญาของตัวเขาเอง
 
“Has anything changed for the horse in the last few months?” he asked.
ม้าตัวนี้มีอาการเปลี่ยนไปมา 2-3 เดือนแล้วใชมั๊ย” ท่านถาม
 
“I changed his trainer a few week ago”
กระผมได้เปลี่ยนครูฝึกให้กับม้าตัวนี้มา 2- 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง” ขุนนางกล่าว
 
“Does the horse get on well with his new trainer?”
แล้วม้าตัวนี้เข้ากันได้ดีกับครูฝึกคนใหม่รึเปล่า?”
 
“Very well! Infact, he devoted to him”
เข้ากันได้ดีมากเลยขอรับ! เพราะเขาได้อุทิศเวลาให้กับม้าตัวนี้ ”
 
“Does the trainer limp?”
แล้วครูฝึกเขาอ่อนแอรึเปล่าล่ะ?”
 
“Uh…yes,he does.”
“..เออ..ใช่ ขอรับ”
 
“The reason for the horse’s limp is clear,” said the sage ” He’s imitating his handler.
เหตุผลที่ม้าตัวนี้อ่อนแอชัดเจนแล้ว” นักปราชญ์กล่าวม้าตัวนี้ได้ลอกเลียนอาการหรือนิสัยจากผู้ดูแล
 
We all tend to imitate those whom we admire.
ก็เหมือนกับพวกเรานั่นแหละที่จะลอกเลียนแบบอากัปกริยาต่างๆของผู้ที่เรานับถือหรือชื่นชอบ”
 
The company we keep has a great influence on us. “
ในหมู่เพื่อนฝูงของเราก็มีอิทธิพลสำหรับเรามากเช่นกัน”
 
The nobleman put the horse in the charge of another trainer,
and the horse soon stopped limping.
ขุนนางจึงให้ครูฝึกท่านอื่นมาดูแลม้าตัวนี้ จนในที่สุดม้าตัวนี้ก็หายจากอาการอ่อนแอดังกล่าว

Laddawan Panprasart

 

Submitted:  7 ธันวาคม 2008 14:30

January 23, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a Comment

อมรรัตน์ ปาลกะวงษ์ ณ อยุธยา

33. The three questions

            King Akbar was very fond of Birbal. This made a certain courtier  very  jealous. Now this courtier  always  wanted  to be chief minister, but  this  was not  possible as  Birbal filled that position.

            One day  Akbar  praised  Birbal in front  of  the  courtier. This made the courtier very  angry  and  he  said  that  the king praised Birbal unjustly and if Birbal could answer three of his questions,  he would accept the fact that Birbal was intelligent.  Akbar always wanting to test Birbal wit readily agreed.

The three questions were

1. How many stars are there in the sky

2. Where is the centre of the Earth and

3. How many men and how many woman are there in the wolrd.

            Immediately Akbar asked Birbal the three questions and informed him that if he could not answer them, he would have to resign as chief minister.

            To answer the first question, Birbal brought a hairy sheep and said? There are as many stars in the sky as there is hair on the sheep’s body. My friend the courtier is welcome to count them if he like.?

            To answer the second question, Birbal drew a couple of lines on the floor and bore an iron rod in it and said ? This is the centre of the Earth, the courtier may measure it himself if he has any doubts.?

            In answer to the third question, Birbal said ? Counting the exact number of men and women in the world would be a problem as there are some specimens like our courtier friend here who cannot easily be classified as either. Therefore if all people like him are killed, then and only then can one count the exact number.?

คำถาม 3 ข้อ

                กษัตริย์อัคบาร์ชอบเบียร์บิลมาก จนทำให้ข้าราชสำนักคนหนึ่งเกิดความอิจฉาริษยาเป็นอย่างมาก และในตอนนี้ก็ต้องการที่จะเป็นรัฐมนตรีซึ่งมีตำแหน่งสูงสุด แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เนื่องจากเบียร์บิลเป็นผู้ครองตำแหน่งนั้น

                วันหนึ่งกษัตริย์อัคบาร์ยกย่องเบียร์บิลต่อหน้าข้าราชสำนักผู้นี้ ซึ่งทำให้เขาโกรธเป็นอย่างมากและเขาก็กล่าวว่ากษัตริย์อัคบาร์ยกย่องเบียร์บิลอย่างไม่ยุติธรรม และถ้าหากเบียร์บิลสามารถตอบคำถามได้ 3 ข้อ เขาก็จะยอมรับความจริงที่ว่าเบียร์บิลนั้นฉลาด กษัตริย์อัคบาร์ต้องการทดสอบสติปัญญาของเบียร์บิล

คำถาม 3 ข้อนั้นก็คือ

1. มีดวงดาวเท่าไหร่บนท้องฟ้า

2. จุดศูนย์กลางของโลกอยู่ที่ไหนและ

3. มีผู้ชายและผู้หญิงเท่าไหร่ในโลกนี้

                ทันใดนั้นเอง กษัตริย์อัคบาร์ถามเบียร์บิลด้วยคำถามทั้ง 3 ข้อ และบอกให้เขาทราบว่า ถ้าหากเขาไม่สามารถตอบคำถามได้ เขาควรจะต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี

                การตอบคำถามในข้อแรกนั้น เบียร์บิลได้นำขนแกะมาแล้วกล่าวว่า มีดวงดาวมากมายบนท้องฟ้าก็เหมือนกับการที่มีขนตามตัวของแกะเพื่อนข้าราชสำนักอยากจะลองนับดูก็ได้นะ

ในการตอบคำถามข้อที่สอง เบียร์บิลก็ได้วาดเส้นคู่หนึ่งขึ้นมาบนพื้นแล้วเจาะรูท่อนเหล็กท่อนหนึ่งแล้วกล่าวว่า นี่คือจุดศูนย์กลางของโลก เพื่อนข้าราชสำนักอาจวัดดูได้ด้วยตัวของท่านเองหากท่านสงสัย

                และในการตอบคำถามข้อที่สาม เบียร์บิลกล่าวว่า การนับจำนวนของผู้ชายและผู้หญิงในโลกอย่างแน่นอนนั้น คงจะเป็นปัญหาอย่างแน่นอนเนื่องจากมีบางอย่าง เช่น บรรดาข้าราชสำนักในที่นี้ยังไม่สามารถแบ่งเป็นพวกได้เลย ดังนั้นถ้าประชาชนทั้งหมดเช่นเขาถูกฆ่า แล้วยังจะสามารถนับเป็นจำนวนที่แน่นอนได้อีกหรือไม่

น.ส. อมรรัตน์ ปาลกะวงษ์ ณ อยุธยา อังกฤษสื่อสารปี2 ห้อง 3

 

Submitted:  7 ธันวาคม 2008 14:30

January 22, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a Comment

อัญรัตน์ คมโนภาส

39.   Why is the Camel’s Neck Crooked?

                ทำไมอูฐถึงมีคอโค้งงอ

 

ตามที่คุณได้รู้มาทั้งหมดว่า พระจักรพรรดิอัคบาร์มีความประทับใจในความฉลาดมีปฏิภาณไหวพริบของเบอร์เบิล     แล้วเช้าวันหนึ่งที่สดใส  เวลานั้นจักรพรรดิอัคบาร์ซึ่งมีความพึงพอใจเบอร์เบิลเป็นพิเศษนั้นได้แสดงท่าทางชื่นชมยินดีและพระองค์สัญญาที่จะให้รางวัลแก่เขาเป็นของขวัญที่มีค่าสวยงาม

                แต่ว่าหลายวันผ่านไปก็ยังคงไม่มีวี่แววที่จะได้ของขวัญสักชิ้นเดียวเลย เบอร์เบิลค่อนข้างที่จะผิดหวังกับพระราชาเลยทีเดียว   แล้ววันหนึ่ง ในขณะที่พระจักรพรรดิอัคบาร์กำลังเดินเล่นริมชายฝั่งแม่น้ำยัมมูน่ากับเบอร์เบิลผู้ที่มีความจงรักภักดีที่อยู่เคียงข้างพระองค์เสมอมา    พระองค์ก็ได้สังเกตเห็นอูฐเดินผ่านไป   เลยถามเบอร์เบิลว่าทำไมคอของอูฐถึงได้โค้งงอ เบอร์เบิลคิดอยู่ประมาณ  2  วินาที  และตอบไปว่ามันอาจจะเป็นเพราะอูฐนั้นชอบลืมคำสัญญาที่น่าเชื่อถือ   ใน  ตำราที่เป็นที่เคารพบูชา ได้กล่าวถึงว่า  ในบุคคลเหล่านั้นใครก็ตามที่ผิดคำพูดที่ได้พูดเอาไว้จะถูกลงโทษด้วยการให้คอโค้งงอ   บางทีมันอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อูฐมีคอโค้งงอ    

                พระจักรพรรดิอัคบาร์ตระหนักในทันทีว่าตัวเองได้ลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับเบอร์เบิลว่าจะให้ของขวัญและไม่ลืมที่จะให้ตำแหน่งที่มีเกียรตินั้น    พระองค์รู้สึกอายในตัวเองที่ลืมคำสัญญา   ในขณะนั้นพวกเขาก็กลับไปที่วัง  พระองค์ก็มอบสิ่งที่เบอร์เบิลสมควรที่จะได้รับอย่างยุติธรรมทันที     ดังที่คุณได้เห็นแล้วว่า  เบอร์เบิลมีวิธีการทำซึ่งสิ่งที่เขาต้องการไม่ว่าอะไรก็ตาม  โดยปราศจากการถามถึงสิ่งนั้นไปตรงๆ

น.ส.อัญรัตน์    คมโนภาส

เลขที่ 39  อังกฤษสื่อสาร  2-3

Submitted:  7 ธันวาคม 2008 16:26

January 22, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a Comment

นิภารัตน์ โพธิจักร

เบียโบลระบุคนร้าย

ในเช้าวันหนึ่ง, รัฐมนตรีคนหนึ่งจากราชสำนักของกษัตริย์อัคบาร์ได้รวมตัวกันในห้องประชุม เขากล่าวต่อกษัตริย์ว่าของมีค่าทั้งหมดของพระองค์ได้ถูกขโมยไปโดยคนร้ายคนหนึ่งในคืนก่อน  กษัตริย์อัคบาร์ตกใจที่ได้ยินเช่นนั้น  เพราะว่าสถานที่ที่เหล่ารัฐมนตรีอยู่นั้นเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในราชอาณาจักร  พระองค์ได้เรียกเรียกเบียโบลเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องลึกลับนี้  กษัตริย์อัคบาร์กล่าว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนข้างนอกจะเข้ามาขโมยของในที่พักของรัฐมนตรีได้  และขโมยของมีค่าไป  ความผิดพลาดครั้งนี้กระทำโดยรัฐมนตรคนใดคนหนึ่งที่อยู่ในราชสำนัก  ดังนั้นเขาได้จัดการกับลาตัวหนึ่งโดยผูกแกนไว้ที่หางของลา  เขาสั่งให้รัฐมนตรีทั้งหมดในประเทศยกหางของลาขึ้น  พร้อมกับกล่าวว่า ฉันไม่ได้ขโมย   เบียโบลได้พูดอีกว่า  เพียงเท่านี้เราก็สามารถพิพากษาคนทำผิดได้แล้ว  หลังจากที่ทุกคนยกเสร็จแล้ว  เขาขอให้ทุกคนแบฝ่ามืออกมา   อันที่จริงวแล้วเบียโบลได้ทาสีไว้ที่หางลาด้วยสีดำทับอีกชั้นหนึ่ง  ด้วยความตกใจรัฐมนตรีที่ทำผิดไม่ได้จับหางลายกขึ้น   นั้นก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ เบียโบลได้พิสูจน์โดยใช้ความฉลาดของเขาและได้รับรางวัลจากกษัตริย์ด้วยเหรียญเงิน 1000

Niparat    Potijak     A.E  2-2

 

Submitted:  7 ธันวาคม 2008 22:02

January 22, 2009 Posted by | Uncategorized | Leave a Comment

ทิพวรรณ ทองคำ

งานแปลพระเจ้าอักบาร์เรื่องที่ 2

เมื่อครั้งหนึ่งในอดีตมีข้อข้องใจของพระเจ้าอักบาร์ นั่นคือมีเพื่อนบ้านสองคนผู้ซึ่งแบ่งสรรปันส่วนพื้นที่สวนของพวกเขา ในสวนนี้มีบ่อน้ำซึ่ง อิบาร์ ฮานเป็นเจ้าของครอบครองอยู่ เพื่อนบ้านของเขาที่เป็นชาวนาต้องการซื้อบ่อน้ำนี้เพื่อการชลประทาน ดังนั้นพวกเขาจึงลงนามในสัญญาระหว่างกัน หลังจากนั้นชาวนาจึงเป็นเจ้าของบ่อน้ำดังกล่าว ภายหลังจากการขายบ่อน้ำนี้ให้กับชาวนา อิบาร์ ฮานก็ส่งยังคงผันน้ำจากบ่อน้ำนั้นมาใช้อย่างต่อเนื่อง เกิดความไม่พอใจให้กับชาวนานั้นเป็นอย่างมากและเขาต้องการความยุติธรรมจากพระเจ้าอักบาร์ พระเจ้าอักบาร์จึงถามอิบาร์ว่า เหตุใดจึงผันน้ำจากบ่อที่เจ้าขายให้กับชาวนาแล้วไปใช้อยู่เล่า อิบาร์จึงตอบว่า ข้าขายเพียงแต่บ่อน้ำ ไม่ได้ขายน้ำในบ่อให้ชาวนาสักหน่อย พระเจ้าอักบาร์จึงโปรดให้เบอเบิลเข้ามารับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหาเพื่อยุติการโต้เถียงนี้เสียที เบอเบิลจึงมาเข้าเฝ้าพร้อมทั้งหนทางแก้ปัญหา เบอเบิลถามอิบาร์ว่า อิบาร์ เจ้าบอกว่าเจ้าขายบ่อน้ำให้ชาวนาและอ้างว่าน้ำในบ่อนั้นยังคงเป็นของเจ้า ดังนั้นเจ้าจงบอกข้ามาว่าเจ้านำน้ำของเจ้าเข้าไปอยู่ในบ่อของผู้อื่นได้อย่างไรโดยที่เจ้าไม่ได้ซื้อหรือเช่าบ่อน้ำนั้น เป็นอันว่าการโกงของอิบาร์ได้ถูกโต้แย้งไป ชาวนาได้รับความยุติธรรมและเบอเบิลก็ได้รับรางวัลอย่างยุติธรรมเช่นกัน

 

 

นางสาวทิพวรรณ  ทองคำ 

อส. 2-3 เรียนพฤหัสเช้า

Submitted:  8 ธันวาคม 2008 15:25

 

January 22, 2009 Posted by | Uncategorized | 1 Comment

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.